Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Shopd2

Pages: [1] 2 3 ... 17
1


น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล” ถึงกรณีข้อกังวลการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินของชาวต่างชาติ ว่า จากมติ ครม.อนุมัติมาตรการดึงชาวต่างชาติศักยภาพสูงพำนักในประเทศไทยระยะยาว เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น มีประชาชนบางส่วนมีข้อกังวลเรื่องการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์โดยชาวต่างชาติ โดยรัฐบาลยืนยันว่า การถือครองทรัพย์สินและที่ดิน ยังไม่เปิดให้ชาวต่างชาติมาถือครองที่ดินได้อย่างอิสระ

สำหรับการเช่าซื้อและการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังคงใช้หลักการเดิมคือ ชาวต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ของอาคารชุดได้ไม่เกิน 49% ของเนื้อที่ของห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้น ส่วนอีก 51% ต้องถือครองกรรมสิทธิ์โดยคนไทยตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2551

ทั้งนี้ ชาวต่างชาติยังไม่สามารถถือครองกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในแนวราบได้ แต่สามารถถือครองอสังหาริมทรัพย์แนวราบได้ในลักษณะการเช่าระยะยาว

2

การแข่งขันรายการ 2021 U.S. FIGURE SKATING NOVICE & JUNIOR CHALLENGE SKATE ระหว่างวันที่ 15 - 19 กันยายน 2564 ณ เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา

ปรากฎว่ามีนักกีฬาชาวไทยคว้าเหรียญทอง คือ 'น้องอันริ' เด็กหญิงภัทรธิดา คาเนะชิเกะ นักกีฬาของสมาคมฟิกเกอร์และสปีดเก็ตติ้งไทย และเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่คว้าเหรียญทอง

ทั้งนี้ 'น้องอันริ' ทำคะแนนรวม 145.34 คะแนน ในรุ่น Novice Ladies พร้อมกับคว้าเหรียญทอง โดยก่อนหน้านี้ก็เพิ่งคว้า 1 เหรียญทอง รุ่น Novice Ladies จากรายการ 2021 Colorado Springs Invitational and Rocky Mountain State Game ณ รัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยคะแนน Short Program 50.29 และคะแนน Free Skate 100.10

3


ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 17 ก.ย.

-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ย.) เนื่องจากตลาดยังคงถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับการปรับขึ้นภาษีนิติบุคคล การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เร็วขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,584.88 จุด ลดลง 166.44 จุด หรือ -0.48%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,432.99 จุด ลดลง 40.76 จุด หรือ -0.91% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,043.97 จุด ลดลง 137.96 จุด หรือ -0.91%

-- ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ย.) และปิดลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน โดยถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่ร่วงลง แต่รายงานข่าวที่ว่าอังกฤษกำลังพิจารณาผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการเดินทางนั้นได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสายการบินและโรงแรม

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ 461.84 จุด ลดลง 4.11 จุด หรือ -0.88%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,570.19 จุด ลดลง 52.40 จุด หรือ -0.79%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,490.17 จุด ลดลง 161.58 จุด หรือ -1.03% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,963.64 จุด ลดลง 63.84 จุด หรือ -0.91%

-- ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ย.) โดยถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ที่ร่วงลง และการเปิดเผยยอดค้าปลีกของอังกฤษที่ลดลงเกินคาดในเดือน ส.ค. ได้ตอกย้ำความวิตกเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,963.64 จุด ลดลง 63.84 จุด หรือ -0.91%

-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (17 ก.ย.) โดยถูกกดดันจากดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งทำให้สัญญาน้ำมันดิบที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและมีความน่าดึงดูดน้อยลงสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่นๆ

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ต.ค. ลดลง 64 เซนต์ หรือ 0.9% ปิดที่ 71.97 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่เพิ่มขึ้น 3.2% ในรอบสัปดาห์นี้

-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงต่อเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ย.) เนื่องจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นเป็นปัจจัยกดดันตลาดเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน ธ.ค. ลดลง 5.3 ดอลลาร์ หรือ 0.3% ปิดที่ 1,751.4 ดอลลาร์/ออนซ์ และในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาทองคำลดลง 2.3% และปิดตลาดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือน ธ.ค. ลดลง 45.7 เซนต์ หรือ 2% ปิดที่ 22.337 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาแพลทินัมส่งมอบเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 7.3 ดอลลาร์ หรือ 0.79% ปิดที่ 930.6 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือน ธ.ค. ลดลง 37.70 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 1,983.80 ดอลลาร์/ออนซ์

-- ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (17 ก.ย.) ขณะที่ยูโรและปอนด์อ่อนค่าลง โดยดอลลาร์ยังคงได้แรงหนุนจากการเปิดเผยยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ที่ดีเกินคาดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ก่อนสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.28% แตะที่ 93.1881 เมื่อวันศุกร์

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 109.91 เยน จากระดับ 109.70 เยน, แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9322 ฟรังก์ จากระดับ 0.9269 ฟรังก์ และดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2745 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2679 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1729 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1754 ดอลลาร์, เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3738 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3789 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7273 ดอลลาร์ จากระดับ 0.7294 ดอลลาร์

ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 34,584.88 จุด ลดลง 166.44 จุด, -0.48%,

ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 4,432.99 จุด ลดลง 40.76 จุด, -0.91%

ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 15,043.97 จุด ลดลง 137.96 จุด, -0.91%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,963.64 จุด ลดลง 63.84 จุด, -0.91%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,570.19 จุด ลดลง 52.40 จุด, -0.79%,

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,490.17 จุด ลดลง 161.58 จุด, -1.03%

ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 59,015.89 จุด ลดลง 125.27 จุด, -0.21%

ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 6,133.25 จุด เพิ่มขึ้น 23.31 จุด, +0.38%

ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,548.51 จุด ลดลง 6.75 จุด, -0.43%

ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 6,912.85 จุด ลดลง 55.58 จุด, -0.80%

ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 3,071.23 จุด เพิ่มขึ้น 6.69 จุด, +0.22%

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 24,920.76 จุด เพิ่มขึ้น 252.91 จุด, +1.03%

ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 3,613.97 จุด เพิ่มขึ้น 6.87 จุด, +0.19%

ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 17,276.79 จุด ลดลง 1.91 จุด, -0.011%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 3,140.51 จุด เพิ่มขึ้น 10.42 จุด, +0.33%

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 30,500.05 จุด เพิ่มขึ้น 176.71 จุด, +0.58%

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 7,403.70 จุด ลดลง 56.50 จุด, -0.76%

ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 7,702.90 จุด ลดลง 56.90 จุด, -0.73%

4


วันนี้ (19 ก.ย.) รายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ สภาองค์กรเยาวชนคนสร้างชาติ และ สภาองค์กรเยาวชนสร้างสรรค์พัฒนาสังคม จัดงาน เกียรติคุณของแผ่นดินเยาวชนคนสร้างชาติ ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันเสาร์ ที่ 18 กันยายน 2564 ประธานมอบรางวัล โดย ม.ล.วันชัย นวรัตน์

“ครูพี่ป๊อป” ณัฐพงศ์ นำศิริกุล พิธีกร ผู้ประกาศ และ อาจารย์ระดับอุดมศึกษาที่ทำงานเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รับรางวัล “ต้นแบบเยาวชน” คนสร้างชาติ ประจำปี 2564 สาขาครูผู้สร้างสรรค์พัฒนา ส่งเสริม กิจกรรมเด็กและเยาวชน ภายใต้โครงการ “เกียรติคุณของแผ่นดินเยาวชนคนสร้างชาติ” เนื่องในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2564

นายณัฐพงศ์-ครูพี่ป๊อป เปิดเผยว่า ในภาวะที่ผู้คนและสังคมกำลังลำบากจากโรคระบาดโควิด-19 ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท หมั่นรักษาสุขภาพกายและสุขภาพใจ ให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยตนขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก อยู่ในขณะนี้ แต่ “สติ” จะทำให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตไปได้

นายณัฐพงศ์-ครูพี่ป๊อป เผยว่า ตนโชคดีหลังหายป่วยก็ได้รับรางวัล “ต้นแบบเยาวชน” คนสร้างชาติฯ ทันที และตั้งใจจะถ่ายทอด ความรู้ ประสบการณ์เพื่อพัฒนาเยาวชนและประเทศชาติต่อไป โดยเน้นให้ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของเยาวชนและให้หลักธรรมเพื่อรักษาใจ ในการนี้ตนขอแสดงความยินดีต่อเยาวชน ผู้สร้างสรรค์พัฒนาส่งเสริมกิจกรรมเด็กและเยาวชนทุกท่านที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับรางวัล ภายใต้โครงการ “เยาวชนคิดดี ทำดี มีคุณธรรม ส่งเสริมศาสนา สร้างสรรค์ปัญญา พัฒนาสังคม ประจำปี 2564”

5


ตลาดสินค้าแม่และเด็กกว่า 4 หมื่นล้านคักคึก “ละมุนเบบี้” แตกไลน์รุกปั้นอาหารเสริม Lamoon Vita ตอบโจทย์ความต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเด็ก และคุณแม่ยุคโควิด พร้อมจับมือดิสนีย์คลอดคอลเล็กชั่นพิเศษตอกย้ำความเป็นโกล. แบรนด์

ภาพรวมตลาดสินค้าแม่และเด็กยังคงเติบโตทุกปี โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าระดับพรีเมี่ยม แม้ว่าอัตราการเกิดของประชากรจะน้อยลง แต่ครอบครัวยุคใหม่มีการวางแผนและเตรียมตัวสำหรับการมีลูกมากขึ้น รวมไปถึงการเตรียมงบประมาณสำหรับเลี้ยงดูลูกมากยิ่งขึ้น

 นอกจากนี้ครอบครัวยุคใหม่ยังให้ความสำคัญกับการเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ทำให้มีความต้องการตัวช่วยในการเลี้ยงลูกที่สะดวกสบายและปลอดภัยส่งผลต่อเนื่องให้มูลค่าตลาดรวมสินค้าแม่และเด็กในประเทศไทยเติบโตจนมีมูลค่ากว่า 40,300 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

นางเนตรนพิศ รุ่งธนเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ละมุน เบบี้ จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ผลิตภัณฑ์แม่และเด็กของละมุน เบบี้ จัดอยู่ในตลาดพรีเมียมออร์แกนิคถูกกฎหมายเชื่อถือได้ ในช่วงครึ่งปีแรกที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัทได้รับผลกระทบเล็กน้อยจากช่องทางการขายออฟไลน์ที่ต้องปิดบริการ

เนตรนพิศ รุ่งธนเกียรติ
เนตรนพิศ รุ่งธนเกียรติ

แต่ด้วยลักษณะของสินค้าเป็นสินค้าจำเป็น ซึ่งคุณแม่จะให้ความสำคัญและเลือกที่จะตัดผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กเป็นอันดับสุดท้าย แต่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายของคุณแม่ในส่วนผลิตภัณฑ์แม่และเด็กจากการซื้อตุนมาเป็นซื้อพอใช้และเลือกซื้อสินค้าที่ราคาและโปรโมชั่นคุ้มค่า

 


“สินค้าแม่และเด็กมี 2 เซ็กเมนต์คือ premium organic ที่ใช้ส่วนผสมของธรรมชาติ 100% เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ในแง่ของการแข่งขันไม่ได้มีผลเยอะและละมุนเบบี้เป็นเจ้าตลาดในเซ็กเมนต์นี้ และอีกหนึ่งเซ็กเมนต์คือกลุ่ม mass ที่ค่อนข้างมีการทำ sale promotion เยอะมาก เช่น 1 แถม 1 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจ ขณะที่การทำโปรโมชั่นและให้ส่วนลด จะทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ หรือทดลองผลิตภัณฑ์อื่น”

 

สำหรับละมุน เบบี้มีการปรับ strategy เพื่อให้ตรงกับพฤติกรรมของคุณแม่ที่เปลี่ยนไป ซึ่งช่องทางการขายของแบรนด์มีทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยเฉพาะตลาดออนไลน์ที่บริษัทค่อนข้างเชี่ยวชาญเพราะเป็นตลาดหลักของแบรนด์ และทำตลาดเข้มข้นมาอย่างต่อเนื่องจึงไม่มีผลกระทบ

‘ละมุน เบบี้’ รุกอาหารเสริม เขย่าตลาดสินค้าแม่และเด็ก 4 หมื่นล้าน
‘ละมุน เบบี้’ รุกอาหารเสริม เขย่าตลาดสินค้าแม่และเด็ก 4 หมื่นล้าน

ในส่วนของห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นช่องทางออฟไลน์ที่แบรนด์ทำตลาดมีผลกระทบบ้าง แต่ห้างสรรพสินค้ามีการปรับตัวเน้นขายออนไลน์มากขึ้น ทำให้ยอดขายของแบรนด์ boot up ในช่องทางอีคอมเมิร์ซมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น lazada,shopee ช่องทางออนไลน์ของห้างสรรพสินค้าหรือช่องทางออนไลน์ของ lamoon baby เองและเมื่อห้างสรรพสินค้ากลับมาเปิดบริการตามปกติ ลูกค้าก็กลับมาซื้อที่ช้อปมากขึ้น

 

“ผลกระทบมีอยู่แล้วแต่ละมุน เบบี้ ไม่หยุดที่จะปรับตัวเมื่อสภาวการณ์แบบนี้แบรนด์อื่นเขาก็อาจจะมีหลายสภาวะเช่นสภาวะจำศีลหรือบางคนอาจจะปล่อยไหลตามสถานการณ์แต่สำหรับเราไม่ได้คิดแบบนั้นเราต้องปรับตัว อะไรที่จะทำให้เราเติบโตได้เราก็จะทำ ต้องปรับตัวทุกๆ วัน เรามีแผนที่ไม่นิ่ง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์”

 

สำหรับครึ่งปีหลังภาพรวมของละมุน เบบี้ จะไม่ใช่แค่การปรับในเรื่องของโปรโมชั่นหรือรูปแบบในการทำงาน แต่รวมไปถึงการพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อมาตอบโจทย์ลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยจะเห็นได้ว่าช่วงครึ่งปีแรกบริษัททำแคมเปญ Co-branding กับดิสนีย์ จนออกมาเป็น Mom Magic Moment Collection

 

ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์ระดับโลก ซึ่งได้รับผลผลตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายเกินเป้า และยังทำให้ละมุน เบบี้ได้ฐานลูกค้าใหม่ๆทั้งคุณแม่ที่ไม่เคยใช้ละมุน เบบี้มาก่อน และลูกค้าเดิมที่มีการเอ็นเกจในเรื่องของดิสนีย์อยู่แล้วต้องการซื้อเพิ่ม

 

“ในไปป์ไลน์ละมุนมีแผนออกโปรดักต์ใหม่ 1-2 ปี คนอื่นอาจจะซัฟเฟอร์กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่ละมุนทำคือมองข้าม พยายามจะมองว่ามีโอกาสอะไรใหม่ๆ ที่จะช่วยลูกค้าได้ สำหรับครึ่งปีหลังสิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ การพัฒนาและนำเสนอหมวดสินค้าใหม่ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งเราพร้อมที่จะปรับตัวและวิ่งให้เร็วขึ้นไม่ว่าจะเป็นLamoon Vita ซึ่งเป็นอาหารเสริมให้กับน้องๆ

 

เพราะในช่วงที่ผ่านมาคุณแม่จะให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพภูมิคุ้มกัน ขณะเดียวกันคุณแม่มีครรภ์ก็มีตัวช่วยสร้างภูมิต้านทาน เพราะเด็กในช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือนแรกต้องได้รับภูมิต้านทานจากนมแม่ จึงมีเจลลี่เพิ่มน้ำนม Immuna Plus รวมไปถึง Immushi เสริมภูมิต้านทานและ Yummi-O วิตามินกินเก่งช่วยให้เจริญอาหาร”

‘ละมุน เบบี้’ รุกอาหารเสริม เขย่าตลาดสินค้าแม่และเด็ก 4 หมื่นล้าน
‘ละมุน เบบี้’ รุกอาหารเสริม เขย่าตลาดสินค้าแม่และเด็ก 4 หมื่นล้าน

ในส่วนตลาดต่างประเทศ ละมุนเบบี้มีฐานลูกค้าเหนียวแน่นไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม, กัมพูชา, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ฮ่องกงแม้กระทั่งจีน ซึ่งตั้งแต่เกิดโควิดได้รับผลกระทบในเรื่องของการขนส่ง ทำให้บางออร์เดอร์ต้องชะลอไปบ้าง

 

สำหรับปีนี้ละมุน เบบี้ ตั้งเป้าหมายที่จะมีรายได้ 230 ล้านบาท เติบโต 25% ซึ่งคาดว่าจะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมาจากการพัฒนาสินค้านวัตกรรมครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้ามากขึ้น การทำการตลาดที่เข้าถึงคุณแม่ตั้งแต่เตรียมพร้อมการตั้งครรภ์ รวมถึงการออกสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Lamoon Vita

 

“ในสภาวะแบบนี้ลูกค้าก็อยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกเพราะหากต้องใช้เม็ดเงินที่จำกัดเขาก็อยากเลือกสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด เราจึงจำเป็นต้องพัฒนาสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น รวบรวมสิ่งที่ลูกค้าต้องการ แล้วรีบพัฒนาให้ตรงกับความต้องการ

 

นอกจากกลุ่มเป้าหมายหลักที่เป็นคุณแม่แล้ว ละมุนเบบี้ยังมีฐานลูกค้าในกลุ่มเด็กวัยรุ่นหลายคนที่เชื่อว่าตัวเองเป็นคนผิวแพ้ง่าย และใช้ผลิตภัณฑ์เด็ก ซึ่งบริษัทเองมีการทำการตลาดรองรับด้วย”

 

หน้า 14-15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 41 ฉบับที่ 3,715 วันที่ 19 - 22 กันยายน พ.ศ. 2564

6

อัตรการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามในขณะนี้เป็นที่จับตาของนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่มองเวียดนามในฐานะฐานการผลิตที่มีศักยภาพ แต่สำหรับธุรกิจการค้าและบริการต่างชาติยังคงต้องเผชิญกับกฎระเบียบของเวียดนาม ที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขยายตัวของธุรกิจต่างชาติในประเทศสังคมนิยมแห่งนี้

นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า บริษัทต่างชาติจำนวนมากที่เข้ามาลงทุนดำเนินกิจการในเวียดนามกำลังต้องเผชิญกับอุปสรรคจากระบบการประเมินความจำเป็นทางเศรษฐกิจ (economic needs test) หรือ “อีเอ็นที”

โดยระบบดังกล่าวบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2007 เมื่อเวียดนามเข้าร่วมองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ซึ่งให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเวียดนามในการประเมินและตัดสินว่า จะอนุญาตให้ธุรกิจต่างชาติลงทุนเปิดสาขาถูกกฎหมายเชื่อถือได้ใหม่หรือไม่

ซึ่งระบบอีเอ็นทีกลายเป็นอุปสรรคที่ทำให้ธุรกิจต่างชาติหลายรายต้องถอดใจจากการขยายธุรกิจในเวียดนาม เนื่องจากกระบวนการพิจารณาที่ล่าช้าและที่ไม่ชัดเจน

อย่างกรณี “อีมาร์ต” (E-Mart) เชนร้านค้าปลีกรายใหญ่อันดับ 2 ของเกาหลีใต้ที่เข้ามาลงทุนเปิดไฮเปอร์มาร์เก็ตสาขาแรกในนครโฮจิมินห์ตั้งแต่ปี 2015 แต่อีมาร์ตไม่สามารถขยายสาขาได้ เนื่องจากต้องเผชิญอุปสรรคจากระบบอีเอ็นที


ทั้งที่ธุรกิจค้าปลีกในเวียดนามมีแนวโน้มที่ดีมาก ตามข้อมูลของบริษัทวิจัย “นีลเส็น โฮลดิ้งส์” ระบุว่า จำนวนร้านสะดวกซื้อในเวียดนามปี 2020 เพิ่มขึ้น 6.7% จากปีก่อนหน้า ขณะที่จำนวนซูเปอร์มาร์เก็ตก็เพิ่มขึ้น 3.8% ในช่วงเวลาเดียวกัน

กระทั่งเดือน พ.ค. 2021 อีมาร์ตก็ตัดสินใจขายหุ้น 100% ให้กับ “ทาโก้ กรุ๊ป” (THACO Group) ธุรกิจยักษ์ใหญ่อันดับ 4 ของเวียดนาม และเป็นผู้ผลิตรถยนต์ รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายรถยนต์อย่าง “มาสด้า” และ “เปอโยต์”

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว อีมาร์ตจะได้รับค่าสิทธิ (royalty fee) ตามสัญญาแฟรนไชส์จนถึงปี 2030 ขณะที่ทาโก้ กรุ๊ป ตั้งเป้าจะเปิดไฮเปอร์มาร์เก็ตเพิ่มอีก 3-4 สาขาภายในปี 2022 พ่วงกับการขยายโชว์รูมรถยนต์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท

ลักษณะเช่นนี้ยังเกิดกับธุรกิจข้ามชาติรายอื่น เช่นที่ “เซเว่นอีเลฟเว่น” ที่ขายสิทธิแฟรนไชส์ให้กับ “เซเว่น ซิสเต็ม เวียดนาม” และ “ดังกิ้น โดนัท” ที่ดำเนินการโดย “เวียดนาม ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ”


ขณะที่ธุรกิจต่างชาติบางรายก็เลือกใช้ช่องทางหลบเลี่ยงระบบอีเอ็นที เช่น การเปิดสาขาใหม่ในห้างสรรพสินค้าและมีขนาดร้านไม่เกิน 500 ตร.ม. ซึ่งได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้โดยไม่ต้องผ่านการประเมินของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

“เฟรด เบิร์ก” ที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมาย เบเคอร์ แมคเคนซี ระบุว่า กระบวนการอีเอ็นทีเป็นภาระหนักและเป็นอุปสรรคที่สร้างความล่าช้าในการเติบโตให้กับบริษัทต่างชาติ ทั้งยังเป็นการฉุดรั้งการลงทุนจากต่างประเทศและการเติบโตของเวียดนามด้วย

ขณะที่ “ฌอน ที โงะ” ซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษาการตลาด เอฟวี แฟรนไชส์ คอนซัลติ้ง มองว่า เวียดนามยังคงเป็นตลาดกำลังพัฒนาและธุรกิจท้องถิ่นยังต้องการเวลาเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน “ซึ่งระบบอีเอ็นทีช่วยให้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศค่อยเป็นค่อยไปและสามารถควบคุมได้”

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรัฐบาลเวียดนามเริ่มผ่อนปรนข้อกำหนดมากขึ้น โดยอนุญาตให้บริษัทในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) และประเทศสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) ไม่ต้องอยู่ภายใต้ระบบอีเอ็นที แต่บริษัทต่างชาติอื่น ๆ ยังคงถูกจำกัดควบคุม ท่ามกลางโอกาสในเศรษฐกิจของเวียดนามที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

7


โควิดเร่งให้ธุรกิจใช้ "ออนไลน์" เป็นเครื่องมือพารอดวิกฤติ แต่ "ธุรกิจอีเวนท์" การสัมผัสประสบการณ์จริง เป็นเสน่ห์ ผู้คนโหยหา แต่โลกหลังโรคระบาดยากคาดเดา แม่ทัพเคทู เอ็กซิบิท เผยออกาไนเซอร์อ่านเกมอนาคตไม่คาด เทรนด์ออนกราวด์-เวอร์ชวลอีเวนท์ถูกกฎหมายเชื่อถือได้ มาแรง

“อีเวนท์” เป็นอีกธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรโควิด-19 ระบาด และมาตรการรัฐหนักมาก ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี กิจกรรม ณ พื้นที่หรือออนกราวด์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต โชว์บิส การเปิดตัวสินค้า การจัดนิทรรศการ รวมไปถึงงานแฟร์ต่างๆ

ขณะที่การปรับตัว ทุกรายมุ่งสู่การจัดอีเวนท์เสมือนจริงผ่านออนไลน์หรือ Virtual ซึ่งผู้บริโภตจะไม่ได้สัมผัสประสบการณ์แบบเดิม แต่นั่นคือหนทางรอดของผู้ประกอบการ และลูกค้า จตุพร สุคันธมาลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคทู เอ็กซิบิท จำกัด หนึ่งในออกาไนเซอร์ชั้นนำที่อยู่เบื้องหลังการจัดงานคอนเสิร์ต งานโชว์ รวมถึงงานประชุมภาครัฐ ตลอดจนงานเกษียณผู้บริหารองค์รยักษ์ใหญ่ ฉายภาพผลกระทบที่เกิดขึ้นช่วงแรก ลูกค้าราว 50% กล้าจัดงานออนไลน์อีก 50% รอให้สถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายค่อยลุย หรือให้ประชาชนได้รับวัคซีนเข็ม 1 บ้าง ครบ 2 เข็มบ้าง โดยสิ่งที่ตีคู่มาคือการกลายพันธึ์ของไวรัสด้วย

ทว่า ปัจจุบันเกือบ 100% พร้อมใจเดินหน้าจัดอีเวนท์ผ่านหน้าจอออนไลน์ เพราะลูกค้าเริ่มรอไม่ได้ และการสร้างสรรค์งานครีเอทีฟ จัดอีเวนท์ออนไลน์ เรียนรู้เทคโนโลยี และการทำส่งใหม่ๆ ทำให้เห็นปรากฏการณ์ด้าน “ดี” สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ามากขึ้น เช่น การจัดงานเกษียณให้กับอดีตแม่ทัพพลังงานแห่งชาติอย่าง “ปตท.” เปิดทางให้ผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นเข้าร่วมงานออนกราวด์ ส่วนที่เหลือเข้าร่วมกิจกรรมได้ผ่านออนไลน์ ทำให้พบว่าพนักงานจำนวนมาก ตบเท้าเข้าร่วมกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานจากแท่นขุดเจาะน้ำมัน บนเรือ ตลอดจนพนักงานที่ประจำในสาขาต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งในภาวะปกติแทบไม่มีโอกาสร่วมอีเวนท์ดังกล่าว

ออกาไนเซอร์ จับตา “ธุรกิจอีเวนท์” หลังโควิด รูปแแบบไหนอยู่-ตกเทรนด์? พอร์ตโฟลิโออีเวนท์งานเกษียณผู้ว่าฯปตท., บู๊ท Nikon งาน Photos fair 2012, JBL-HARMAN KARDON, SK-II ฯ Cr. k2exhibit

 ทั้งนี้ ปลายปีเป็นไฮซีซั่นของการจัดอีเวนท์ สิ่งที่ต้องการบอกลูกค้านาทีนี้คือ “เดินหน้า” จัดเวอร์ชวลอีเวนท์ได้แล้ว แต่สิ่งที่ต้องตระหนักในการสร้างสรรค์งานอย่าทิ้ง “คอนเทนท์” ซึ่งต้องสอดคล้องกับ “คอนเท็กซ์” หรือบริบท สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในเวลานั้นๆ โดยอีกมิติผู้จัดงานต้องสวมบทเป็นผู้บริโภคด้วยว่ามีความต้องการอะไรบ้าง เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์มากขึ้นเรื่อยๆ

“ทุกคนออกจากบ้านไม่ได้ จึงต้องไม่ลืมว่าการสร้างอีโมชั่นนอลให้คนดูมีความสนุกสนานด้วย ซึ่งประสบการณ์เกือบ 2 ปี หากต้องการจัดเวอร์ชวลอีเวนท์ให้สำเร็จ น่าติดตาม ต้องครบเครื่องทั้งคอนเทนท์ และคอนเทนท์ ทำให้กิจกรรมมีความกลมกล่อมที่สุด หรือเทียบให้เห็นภาพคือการเสิร์ฟอาหาร ที่มีเมนูเรียกน้ำย่อย จานหลัก ของหวาน และต้องมีเครื่องดื่มด้วย ไม่ใช่ป้อนแค่อาหารที่มีคุณประโยชน์ สารอาหารเท่านั้น”

สำหรับการจัดงานอีเวนท์ออนไลน์ แม้ไม่มีสูตรสำเร็จ หากลูกค้า ผู้ประกอบการใช้เวลานานขึ้นเพื่อเตรียมตัวจัดงาน จะส่งผลให้กิจกรรมออกมาสมบูรณ์มากขึ้น มีเทคโนโลยีใหม่ๆเอื้อให้งานออกมาโดดเด่น แต่ละงานยังสามารตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะหรือเทเลอร์เมดให้ลูกค้าได้ตรงใจยิ่งขึ้น เช่น บริษัทมีการจัดงานประชุมให้รัฐบาล งานพลังงานแสงอาทิตย์ มีการนำวิทยาการเสมือนจริงต่างๆ อย่าง XR Extended Reality ที่วงการฮอลลีวู้ดใช้เข้ามาบริการลูกค้า เป็นต้น

ขณะที่ เคทูฯ ปลายปีมีงานอีเวนท์ออนไลน์จ่อคิวจำนวนมาก โดยเฉพาะการเปิดตัวสินคา เนื่องจากลูกค้าทยอยใช้งบประมาณประจำปี รวมถึงลูกค้าเปิดใจรับอีเวนท์ออนไลน์มากขึ้น หากสร้างสรรค์เนื้อหาให้สอดคล้องกับบริบทต่างๆ เติมกิมมิคให้มีสีสันดึงคนเข้าร่วมกิจกรรม ส่วนผู้บริโภคเองจะได้ร่วมงานใน “ต้นทุนต่ำลง” ไม่ต้องเสียเวลาเป็นชั่วโมง แต่งหน้าแต่งตัว เดินทางออกจากบ้าน ระกว่างร่วมอีเวนท์ยังทำกิจกรรมอื่นได้ เป็นต้น

“เดิมบริษัทมีงานอีเวนท์เฉลี่ยทั้งปี แต่ปีนี้งานมากองรวมกันไตรมาสสุดท้าย ซึ่งอีเวนท์ออนไลน์ทุกคนผ่านการเรียนรู้ คุ้นชินการใช้อุปกรณ์ต่างๆแล้ว”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ประกอบการอีเวนท์ยังอ่านเกมอนาคตไม่ขาด คือหลังโควิดคลี่คลาย อีเวนท์ออฟไลน์เดิมๆ จะกลับมาทรงพลังอีกครั้งหรือไม่ เพราะมีผลต่อออกาไนเซอร์จัดงานที่ต้องตัดสินใจจะเก็บอุปกรณ์แสง เสียง โปรเจคเตอร์ แอลอีดีฯ ไว้รองรับงานต่างๆ หรือควรขายในช่วงที่ยังราคาดี ให้ขาดทุนน้อยลง แล้วมุ่งหน้าสู่โลกอีเวนท์ออนไลน์ กลับกันเวอร์ชวลอีเวนท์ จะยังอยู่ในกระแสหรือไม่ เพราะตัวอย่างต่างประเทศ เป็นกรณีศึกษาที่ดี เช่น การแข่งขันฟุต.ยูโร ที่อังกฤษ คนเข้าไปดุในสนามถล่มทลาย และไม่ใส่หน้ากาก บางประเทศจัดคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ แต่บางประเทศต้องกลับมาล็อกดาวน์อีกครั้ง

“ตอนนี้ผู้ประกอบการถกเถียงกันหลังโควิดคลี่คลายอีเวนท์ออฟไลน์จะกลับมาแบบยิ่งใหญ่กว่าเดิม เวอร์ชวลอีเวนท์จะยังอยู่ไหม สิ่งเหล่านี้คาดการณ์ไม่ได้เลย เพราะสิ่งที่เป็นห่วงคือซัพพลายเออร์ที่ให้บริการอุปกรณ์หรืออีควิปเมนท์ในการจัดงาน”

8


สสว. ผนึกกำลังทีมโค้ชกว่า 4,000 ราย ช่วยเอสเอ็มอีผ่าวิกฤตมากกว่าปีก่อนสองเท่า ผลลัพธ์กว่า 120 ล้าน พร้อมยกระดับบริการพัฒนาเว็บแอพ วิดิโอคอล เว็บถามตอบ โค้ชเวรและคู่มือโค้ชผ่านกลไก SME Coaching Online

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินโครงการ Train the Coach ปี 2564 เพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ให้มีความพร้อมรวมถึงสามารถพัฒนาธุรกิจ และปรับเปลี่ยนธุรกิจให้ทันกับทุกการเปลี่ยนแปลง ผ่านระบบ SME Coaching Online หรือบริการให้คำปรึกษาออนไลน์ผ่านโค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจมืออาชีพถูกกฎหมายเชื่อถือได้ ที่ทาง สสว.รวบรวมไว้กว่า 4,000 รายในทุกสาขาความรู้ โดยปีนี้ สสว.เดลิเวอรี่ทีมโค้ชมืออาชีพ เสิร์ฟความรู้ให้ผู้ประกอบการถึงประตูบ้าน ผ่านระบบออนไลน์แบบเต็มพิกัดทุกสัปดาห์ต่อเนื่อง ครอบคลุม 65 จังหวัดทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่ให้บริการเพียง 53 จังหวัด 

ทั้งนี้ จากโครงการดังกล่าวในปีนี้สามารถช่วย SMEs ผ่าวิกฤตได้กว่า 1,000 ราย มากกว่าปี 63 ถึง 2 เท่า ทั้งภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การค้าและการบริการต่างๆ คิดเป็นมูลค่าผลลัพธ์กว่า 120 ล้านบาท โดยสิ่งที่โค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจ ของโครงการ Train the Coach ต้องการเน้นให้ ผู้ประกอบการ SMEs หันมาให้ความสนใจเป็นพิเศษ ได้แก่ เรื่องการลดต้นทุน การแสวงหาตลาดหรือลูกค้ากลุ่มใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ และการปรับเปลี่ยน Business Model ให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้ธุรกิจรอดและสามารถปรับตัวเดินหน้าต่อไปได้ 


"จากเรื่องดังกล่าวด้วยการใช้ระบบการให้คำปรึกษาแนะนำออนไลน์จึงทำให้สามารถช่วยเหลือ SMEs ลดต้นทุนลงได้เป็นจำนวน 11.4 ล้านบาท ช่วยแสวงหาตลาดหรือลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ถึง 57.7 ล้านบาท ช่วยเพิ่มมูลค่าในตัวสินค้าและบริการได้อีก 19.6 ล้านบาท รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจและการปรับเปลี่ยน Business Model อีก 32.3 ล้านบาทรวมแล้วเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจมากกว่า 120 ล้านบาทดังที่กล่าว"

สสว. ช่วยเอสเอ็มอีผ่านกลไก SME Coaching Online
สสว. ช่วยเอสเอ็มอีผ่านกลไก SME Coaching Online

นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้แบบครบวงจรและเพิ่มบริการใหม่ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น ได้แก่ การพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาออนไลน์ หรือ SME Coaching Online ให้มีความพร้อมและสะดวกในการใช้งานมากยิ่งขึ้น ทั้งระบบโทรศัพท์ ระบบวิดีโอคอล การประชุมหารือร่วมกันบนแอพลิเคชั่นต่าง ๆ
รวมไปถึงพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาออนไลน์ แบบถาม-ตอบบนเว็ปไซต์ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการ SMEs และโค้ช สามารถถามตอบ ให้คำปรึกษากันได้ทุกที่ ทุกเวลา เรียกว่าเป็นการให้บริการที่ทุกคนสามารถ Work from Anywhere สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่สำคัญทาง สสว.จัดบริการโค้ชเวรหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจแบบประจำตามตารางเวลาในทุกสัปดาห์ เพื่อให้คำปรึกษาแบบออนไลน์ ในทุกๆ ปัญหาของผู้ประกอบการ เปรียบเสมือนแพทย์เวรในโรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาใน SMEs ได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที
อย่างไรก็ดี ยังมีการจัดทำเครื่องมือที่เรียกว่า Coaching Guideline ซึ่งรวบรวมข้อมูลและแนวทางการแก้ไขปัญหาของ SMEs กว่า 1,000 รายที่ผ่านมา รวบรวมไว้ถึง 63 ปัญหาพร้อมแนวทางการแก้ไข เพื่อเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือให้โค้ชหรือที่ปรึกษาด้านธุรกิจ ใช้ประกอบการให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการ SMEs นั่นเอง

“สสว. มุ่งหวังที่จะให้ระบบที่ปรึกษาออนไลน์ หรือ SME Coaching Online สามารถตอบโจทย์และช่วยพลิกสถานการณ์รวมถึงวิกฤตต่างๆ ที่ถาโถมเข้าใส่เอสเอ็มอีได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งพัฒนาธุรกิจในยุคที่ก้าวสู่การเป็น Thailand 4.0 ด้วยการพัฒนาระบบการให้คำปรึกษาออนไลน์บน Web Application อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประเมินคุณภาพโค้ชจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยตรง ซึ่งจะกระตุ้นให้โค้ชที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบมากยิ่งขึ้น เมื่อจำนวน คุณภาพและความหลากหลายของประเภทความเชี่ยวชาญของโค้ชมากยิ่งขึ้น ระบบดังกล่าวนี้ก็จะเป็นกลไกสำคัญ ในการยกระดับเอสเอ็มอีไปสู่การปรับเปลี่ยนธุรกิจให้ทันโลก มีภูมิคุ้มกันและเติบโตต่อไปอย่างมั่นคง" 

9


หลังจากที่ "ธนาคารกรุงไทย" ประกาศเปิดให้ "สินเชื่อกรุงไทยใจดี" ให้กู้ยืมเงินวงเงิน 100,000 บาท ผ่อนเดือนละ 1,653 บาท โดยไม่ต้องมีคนค้ำ ฟรีค่าธรรมเนียม ผ่านแอพ Krungthai NEXT รู้ผล 5 นาที ในช่วงเช้าก็ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก

ซึ่งในภายหลัง ธนาคารกรุงไทย ได้ลบข้อมูลจากลิงก์สินเชื่อกรุงไทยใจดี ออกไปจากเว็บไซต์ของธนาคารฯ หลายคนจึงสับสนว่ายังมีสินเชื่อนี้ให้กู้อยู่หรือไม่ "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" จึงได้สอบถามไปยังธนาคารกรุงไทยและได้รับคำตอบในการลบข้อมูลออก ดังนี้

"สินเชื่อกรุงไทยใจดี เป็นสินเชื่อบุคคลเฉพาะที่ได้รับการเรียนเชิญจากธนาคาร โดยสมัครผ่าน 2 ช่องทาง คือ Krungthai NEXT หรือ Krungthai Connext  เท่านั้น ธนาคารจึงขอนำข้อมูลรายละเอียดของสินเชื่อกรุงไทยใจดี ออกจากเว็บไซต์ www.krungthai.com เพื่อป้องกันการความสับสน ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้"

อย่างไรก็ตาม "สินเชื่อกรุงไทยใจดี" เป็นบริการจากธนาคารกรุงไทยถูกกฎหมายเชื่อถือได้จริง และยังเปิดให้บริการตามปกติ สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

 

 ใครกู้ได้บ้าง ? 
ผู้ที่ขอกู้ได้จะต้องเป็นลูกค้าที่มี "บัญชีเงินเดือนกับกรุงไทย" และ "ได้รับการเชิญให้สมัครสินเชื่อผ่าน Krungthai NEXT หรือ Krungthai Connext เท่านั้น" 


 รายละเอียดสินเชื่อ "กรุงไทยใจดี" 
- วงเงินหมุนเวียนสำรองพร้อมใช้สูงสุด 100,000 บาท

- สมัครง่ายผ่าน Krungthai NEXT 5 นาทีรู้ผล

- ไม่ต้องใช้เอกสาร ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน

- ไม่ใช้ไม่เสียดอก ฟรีค่าธรรมเนียม

- วงเงินสูงสุด 0.7 เท่าของรายได้สุทธิ สูงสุด 100,000 บาท

- อัตราดอกเบี้ย 15-24% ต่อปี (คิดดอกเฉพาะยอดที่ใช้)

- ระยะเวลากู้ 1 ปี (ต่ออายุทุกปีอัตโนมัติ) 

- กรณีที่ผ่อนชำระดีและเป็นไปตามเงื่อนไขของธนาคารขยายระยะเวลาการใช้สินเชื่อไปอีก 1 ปี

- กรณีได้รับการอนุมัติ จะสามารถเบิกใช้วงเงินได้จาก "บัญชีที่รับเงินเดือน" กับธนาคารกรุงไทย


 เงื่อนไขกรณีผิดนัดชำระหนี้ 
- ถ้าผิดนัดชำระหนี้ ธนาคารจะคิดดอกในอัตราปกติสูงสุดที่เรียกเก็บจริงตามที่ระบุในสัญญาบวก 3% ต่อปี

โดยอัตรารวมสูงสุดของดอกเบี้ย ค่าปรับค่าบริการ ค่าธรรมเนียมใดๆ จะไม่เกินตามประกาศของธนาคาร ปัจจุบันไม่เกิน 25% ต่อปี โดยจะคำนวณบนฐานเงินต้นที่ค้างชำระไว้

ที่มา: ธนาคารกรุงไทย

10


ผมไม่ได้ถูกหวยหรอกครับ แค่วันนี้เห็นข่าวคนซื้อหวยออนไลน์ถูกรางวัลที่ 1 หลายรายมาก หนึ่งในนั้นห่างจากบ้านผมไปแค่ 10 กว่ากิโลเอง ตอนนี้กำลังเป็นที่ฮือฮาในหมู่บ้านมาก

ผมเลยสงสัยว่า ถ้าเกิดงวดหน้า หรืองวดต่อๆๆๆไปอีก เกิดผมเป็นหนึ่งในผู้โชคดี ถูกรางวัลที่ 1 กับเขาบ้าง เป็นไปได้ไหมที่ผมจะเงียบๆ บอกให้รู้เฉพาะพ่อแม่ ญาติและเพื่อนสนิท ไม่ต้องไปลงบันทึกประจำวัน คือ แค่แบบไปขึ้นรางวัลเงียบๆ ไม่อยากมีกระแสใดๆ เพราะรู้ดีว่าถ้าเป็นกระแส มันต้องมีความวุ่นวายต่างๆตามมาหลังจากนั้นเยอะแน่เลย เผลอๆอาจเป็นทุกขลาภด้วยซ้ำ ปฏิเสธคนไม่เก่งด้วยซิครับ

หวังว่าผมจะได้นำความรู้ที่ได้จากทุกท่านที่มาตอบกระทู้นี้ ไปใช้ได้จริงในงวดถัดไป หรืองวดถัดไปอีกนะครับ ขอให้ทุกท่านที่มาตอบกระทู้นี้ ถูกรางวัลในงวดถัดไปหรือถัดๆๆๆไปอีก ไม่ว่าเลขท้ายสองตัว สามตัว รางวัลที่ 2 ที่ 3 แต่ผมจองรางวัลที่ 1 แล้วนะครับ ขอบคุณ

11


ครูบิ๊ก ครูหนุ่ม โรงเรียนบ้านเม่นน้อย สกลนคร-สาวใหญ่ ประโคนชัย บุรีรัมย์ ดวงเฮงเป็นเศรษฐีช่วงข้ามคืนซื้อหวยออนไลน์ถูกรางวัลที่ 1 รวยรับเงินรางวัลคนละ 6 ล้านบาท ชาวเน็ตแห่แสดงความยินดี

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกองสลากประกาศผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 ก.ย.64 รางวัลที่ 1 ได้แก่หมายเลข 070935 และรางวัลเลขท้าย 2 คือ 90 ต่อมา เพจเฟซบุ๊ก “ไทญ้อ.’บะหว้า” โพสต์ภาพผู้โชคดี โชว์เอกสารสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมข้อความระบุว่า “#ขอแสดงความยินดี กับ คุณครูบิ๊ก โรงเรียนบ้านเม่นน้อย ต.บะหว้า อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร #รางวัลที่1 16 กันยายน 2564”

ขณะเดียวกัน มีผู้ใช่เฟซบุ๊ก “Runjuan Taing” นำภาพสาวใหญ่ โชว์ลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 1 ใบ และข้อความ โพสต์ลงในกลุ่ม “ตลุงนิวส์ บอกเล่าข่าวประโคนชัย” ข้อความระบุว่า “รางวัลที่ 1 แตก บ้านโคกสะอาด ต.ปังกู อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ 6,000,000 บาท” หลังมีการโพสต์ออกไปมีผู้เข้ามาคอมเมนต์ แสดงความยินดีและแชร์กันออกไปจำนวนมาก... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/news/278629/

12


วันนี้ (16 ก.ย.) นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านดิจิทัลวิจัยและพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ทุกอย่างต้องหยุดนิ่ง แต่ ททท. ถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้ช่วงเวลานี้พัฒนายกระดับพัฒนาทักษะดิจิทัล ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชน โดยเปิดคอร์สสัมมนาเวิร์กชอปออนไลน์ ฝึกให้ทำคอนเทนต์การตลาด ถ่ายภาพโปรโมตสินค้า ใช้แอปพลิเคชันต่างๆ ผลปรากฏว่า ชุมชนทำผลงานได้ดีเกินคาด เพราะนี่คือครั้งแรกของชุมชนที่ต้องเรียนและเวิร์กชอปออนไลน์แบบ 100% ต้องทำการบ้านส่งทุกวันเป็นเวลาเกือบสัปดาห์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย หลังเรียนจบชุมชนได้โชว์ฝีมือทำตลาดออนไลน์ขายคอนเทนต์ท่องเที่ยวและขายสินค้าชุมชน เห็นผลงานจากยอดติดตาม Facebook ของชุมชน เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 100-200% ในช่วงบางชุมชนเพิ่มขึ้นเป็น 1000% อาทิ ชุมชนบ้านเขายายเที่ยง จังหวัดนครราชสีมา น่าชื่นชมมาก

ด้าน นางบุษราภรณ์ กลางพรหม กลุ่มโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า
ตนได้ความรู้การตลาดออนไลน์เยอะมากๆ เทคนิคการใช้แอปพลิเคชันต่างๆ ทำในมือถือได้ ทุกอย่างมันดูง่ายขึ้น กลุ่มอาชีพต่างๆ ในชุมชนทำตามได้ง่าย ได้โปรโมตสินค้า เด็กในชุมชนตัดต่อวิดีโอโดยใช้มือถือได้ เพราะก้อยนำตำราเรียนของโครงการแชร์ต่อแจกให้น้องๆ ไปอ่านและฝึกทำค่ะ หลังเรียนจบ งานเราขายได้จริง สินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน โปรแกรมท่องเที่ยว มีคนติดต่อเข้ามามากขึ้น

ส่วนด้าน โกบัน บ้านมุงเหนือ จังหวัดพิษณุโลก ระบุว่า เป็นการอบรมออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพที่สุด หนีไม่ได้และไม่อยากหนีเลย ทั้งรายวิชา วิทยากร โค้ชที่เข้มงวด รวมถึงทางเจ้าหน้าที่โครงการที่ติดตาม ให้ความใส่ใจทุกรายละเอียด เราได้รับความรู้การตลาดออนไลน์ ซึ่งมีความสำคัญมากในปัจจุบัน ช่วยยกระดับการตลาดออนไลน์ของชุมชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวจากกลุ่มออนไลน์ให้ความสนใจ ติดต่อมาตลอด หลังจากโควิด-19 หายไป ทางชุมชนคงได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างหนาแน่นแน่นอน

ด้าน นางกัญญาภัทร วราอภิวุฒิ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตรอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา
กล่าวว่า ในสถานการณ์แบบนี้ที่ชุมชนดูเหมือนจะไม่มีทางออกเพราะคนไม่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ ชุมชนก็ขาดรายได้จากการท่องเที่ยว แต่โครงการนี้ให้ความรู้ด้านการขายออนไลน์ทั้งหมด ที่ชุมชนสามารถนำมาใช้ได้จริงและมาต่อยอดในการหารายได้เข้าชุมชน มองเห็นช่องทางการขายสินค้าเพิ่มมากขึ้น มีไอเดีย มีกำลังใจ และแรงบันดาลใจจากโครงการ”

นอกจากนี้ ททท. ได้จัดกิจกรรม Online Business Matching โดยได้รับความสนใจจากองค์กรเอกขน สถาบันการศึกษา กลุ่มแพลตฟอร์มท่องเที่ยวและกลุ่มอีมาร์เก็ตเพลสต่างๆ จำนวนกว่า 100 ราย เข้าร่วมการประชุมเจรจาธุรกิจกับชุมชนในรูปแบบออนไลน์ เปิดโอกาสให้นักการตลาดดิจิทัลชุมชนได้โชว์สกิลนำเสนอสินค้าและโปรแกรมท่องเที่ยวสร้างความประทับใจให้กับกลุ่มพันธมิตรผู้ประกอบการต่างๆ โดยหลังการประชุมมีแพลตฟอร์มท่องเที่ยวและกลุ่มอีมาร์เก็ตเพลส 30 ราย เลือกสินค้าชุมชนไปจำหน่ายและเลือกโปรแกรมท่องเที่ยวไปทำตลาดต่อยอดให้

“เป้าหมายของโครงการนี้ ต้องการให้ชุมชนทำสื่อดิจิทัลด้วยตัวเองเป็น รู้จักและเข้าใจที่จะ ใช้เครื่องมือและแพลตฟอร์มต่างๆ ทำตลาดออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง เมื่อได้เห็นผลงานของนักการตลาดดิจิทัลชุมชนทั้ง 41 ชุมชนแล้ว ททท. มั่นใจว่า ทุกชุมชนจะพลิกโฉมการทำตลาดออนไลน์ใหม่ๆ และเป็นต้นแบบด้านการตลาดดิจิทัลให้กับชุมชนท่องเที่ยวอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี” นายอภิชัย กล่าว

13


เปิดเกณฑ์ดึงนักลงทุนต่างชาติศักยภาพสูง ผู้เกษียณที่รายได้ดี พำนักระยะยาวไทย 4 กลุ่ม เป้าหมาย 1 ล้านคน ให้สิทธิภาษีเงินได้ ที่ดิน วีซ่า 5 ปี ดันเงินเข้าระบบ 1 ล้านล้าน กระตุ้นลงทุน 7.5 แสนล้านบาท
สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศเริ่มดีขึ้นเมื่อดูจากจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันที่มีจำนวนลดลง ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลต้องเตรียมมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อเร่งผลักดันในช่วงที่สถานการณ์การระบาดคลี่คลาย

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 14 ก.ย.2564 เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยดึงชาวต่างชาติที่มีศักยภาพซื้อหวยออนไลน์สูงเข้าสู่ประเทศไทย ตามที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ โดยตั้งเป้า 5 ปี (2565-2569) มีชาวต่างชาติที่มีรายได้สูง นักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ผู้เกษียณอายุที่มีรายได้สูงจากบำนาญมาอาศัยในไทย 1 ล้านคน ส่งผลให้เงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทยเพิ่ม 1 ล้านล้านบาท 

ทั้งนี้ มาตรการที่ ครม.เห็นชอบมีมาตรการที่เกี่ยวกับการออกวีซ่าประเภทผู้พำนักระยะยาว (Long-term resident visa) เพื่อรองรับผู้มีศักยภาพสูง 4 ประเภท ได้แก่

1.กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง โดยต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ 5 แสนดอลลาร์ในพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือลงทุนทางตรงจากต่างประเทศ (FDI) หรือลงทุนอสังหาริมทรัพย์ และมีเงินเดือนหรือเงินบำนาญขั้นต่ำปีละ 8 หมื่นดอลลาร์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีสินทรัพย์ขั้นต่ำ 1 ล้านดอลลาร์ 

2.กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ โดยมีเงินลงทุนขั้นต่ำ 2.5 แสนดอลลาร์ ในพันธบัตรรัฐบาลไทย หรือลงทุนทางตรงจากต่างประเทศหรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และมีเงินบำนาญขั้นต่ำปีละ 4 หมื่นดอลลาร์ หรือมีเงินบำนาญขั้นต่ำปีละ 8 หม่ื่นดอลลาร์ (กรณีไม่มีการลงทุน) 

3.กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทยโดยมีรายได้ส่วนบุคคล เช่น เงินเดือนหรือรายได้จากการลงทุนปีละ 8 หมื่นดอลลาร์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาหรือปีละ 4 หมื่นดอลลาร์ หากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป, ครอบครองทรัพย์สินทางปัญญา, ได้รับทุนจาก Series A ที่เป็นการร่วมทุนในเวนเจอร์ฟันด์หรือสตาร์ทอัพ และมีประสบการณ์การทำงาน 5 ปีขึ้นไป

4.กลุ่มที่มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ โดยมีรายได้ปีละไม่น้อยกว่า 8 หมื่นดอลลาร์ในช่วง 2 ปีหรือปีละ 4 หมื่นดอลลาร์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป และมีประสบการณ์การทำงานอย่างน้อย 5 ปีในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การท่องเที่ยวระดับคุณภาพ เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหารคุณภาพสูง หุ่นยนต์ การบิน เชื้อเพลิงชีวภาพ ดิจิทัล และการแพทย์

ทั้งนี้ มาตรการที่สนับสนุน 4 กลุ่มดังกล่าวให้สิทธิทำงานพร้อมวีซ่า ให้คู่สมรสและบุตรได้รับวีซ่าผู้ติดตามไปพร้อมกันด้วย ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายได้จากต่างประเทศ รวมทั้งรายได้ที่นำเข้ามาในปีภาษีเดียวกัน ในอนาคตอาจได้รับสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวที่รวมทั้งที่ดิน 

สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญพิเศษที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้ได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมโดยเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่ากับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือ เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 17% โดยในส่วนนี้มอบให้กระทรวงการคลังกำหนดรายละเอียด

นอกจากนี้ มีมาตรการการแก้ไขกฎหมายหรือกฎระเบียบเพื่อดึงชาวต่างชาติ ได้แก่ การกำหนดวีซ่าประเภทพิเศษตามโครงการ การสร้างระบบอำนวยความสะดวกให้รับอนุมัติวีซ่าได้เร็ว การให้สิทธิคู่สมรสและบุตรรับวีซ่าผู้ติดตาม ได้ยกเว้นไม่ต้องรายงานตัวทุก 90 วัน 

รวมทั้งอำนวยความสะดวกการแจ้งย้ายที่อยู่ การกำหนดวิธีการต่อวีซ่า และวิธีการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงสถานะการอยู่อาศัยในไทย ซึ่งให้ผู้ถือวีช่าทำงานได้ตามคุณสมบัติตามที่ได้ขอวีซ่าไว้ ไม่นำข้อกำหนดเกี่ยวกับอัตราส่วนการจ้างงานพนักงานไทยต่อต่างชาติมาใช้กับผู้ถือวีซ่าประเภทนี้ (หลักเกณฑ์จ้างงานต่างชาติ 1 คน ต่อคนไทย 4 คน)

นอกจากนี้ ได้สิทธิลดพิกัดอัตราอากรขาเข้าสำหรับสินค้าประเภทไวน์ สุรา และยาสูบประเภทไวน์ สุรา ยาสูบ และยาสูบประเภทซิการ์ ลงเกินกึ่งหนึ่งเป็นเวลา 5 ปี 

สำหรับผลที่คาดว่าจะได้รับจากมาตรการนี้คาคว่าจะดึงต่างชาติให้ย้ายมาพำนักในไทย 1 ล้านคน และมีเม็ดเงินจากการใช้จ่ายเบื้องต้นคนละ 1 ล้านบาท ช่วยชดเชยรายได้ท่องเที่ยวที่หายไปจากโควิด-19 โดยจะมีการใ้จ่ายเพิ่ม 1 ล้านล้านบาท ที่เหลือเป็นการลงทุนและการเก็บภาษีที่เกี่ยวข้อง โดยมีการประมาณช่วง 5 ปี (2565-2569) ดังนี้ 

ปีงบประมาณ 2565 มี 1 แสนคน เพิ่มปริมาณเงินใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ 1 แสนล้านบาท เพิ่มปริมาณเงินลงทุนในระบบเศรษฐกิจ 75,000 ล้านบาท และเพิ่มรายได้ทางภาษี 25,000 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2566 มี 1.5 แสนคน เพิ่มปริมาณเงินใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ 1.5 แสนล้านบาท เพิ่มปริมาณเงินลงทุนในระบบเศรษฐกิจ 1.12 แสนล้านบาท และเพิ่มรายได้ทางภาษี 37,500 ล้านบาท

ปีงบประมาณ 2567-2569 มีปีละ 2.5 แสนคน เพิ่มปริมาณเงินใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ ปีละ 2.5 แสนล้านบาท เพิ่มปริมาณเงินลงทุนในระบบเศรษฐกิจ ปีละ 1.87 แสนล้านบาท และเพิ่มรายได้ทางภาษี ปีละ 62,500 ล้านบาท

นายธนกร กล่าวว่า โดยรวมแล้วนอกจากมีเงินจากการจับจ่ายใช้สอยของชาวต่างชาติในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 1 ล้านล้านบาท จากชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะยาวในไทย เพิ่มการลงทุนในประเทศ 8 แสนล้านบาท สร้างรายได้จากการเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น 2.7 แสนล้านบาท

“ไทยมีผู้เชี่ยวชาญเพียงพอให้ภาคธุรกิจที่มุ่งส่งเสริม ซึ่งสอดคล้องแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (2561-2580) ในประเด็นอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต และโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์และดิจิทัล”

ทั้งนี้ ครม.เห็นชอบตามที่ สศช.เสนอให้ประเมินผลสัมฤทธิ์ภาพรวมโครงการทุก 5 ปี รวมทั้งสิทธิประโยชน์ด้านภาษีและการถือของที่ดินให้สิ้นสุดหลังจากวันที่เริ่มบังคับใช้แล้ว 5 ปี รวมทั้งให้ประเมินมาตรการต่างๆ เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศก็พิจารณาขยายเวลาการบังคับใช้ออกไปได้ตามความเหมาะสม

14


“อีซี่เลนดิ้ง”ประเดิมไตรมาส 4 โฟกัสฐานลูกค้าของ TQM กว่า 3 ล้านรายทั่วประเทศ เสริมแกร่ง พร้อมปล่อยสินเชื่อเบี้ยประกัน 300 ล้านบาท ตั้งเป้าปีหน้า1,500ล้าน

บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TQM เดินหน้าธุรกิจใหม่รุกตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล ส่ง ‘อีซี่เลนดิ้ง’ บริษัทในกลุ่ม ได้รับใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว พร้อมวางแผนปล่อยสินเชื่อซื้อหวยออนไลน์เพื่อผ่อนชำระค่าซื้อเบี้ยประกันภัย โดยเริ่มจากฐานลูกค้าของ TQM กว่า 3 ล้านรายทั่วประเทศ เสริมแกร่งยอดขายประกันภัยให้เติบโตตามเป้า

 

อีซี่ เลนดิ้ง เตรียมออกสตาร์ทในไตรมาส 4 คาดปล่อยสินเชื่อเบี้ยประกันได้กว่า 300 ล้านบาท กวาดรายได้ปีแรกกว่า 20 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายในปี 2565 ปล่อยยอดสินเชื่ออีกกว่า 1,500 ล้านบาท สร้างรายได้กว่า 100 ล้านบาทต่อปี นับเป็นหนึ่งช่องทางในการเสริมกำลังรายได้ให้ TQM เติบโตในระยะยาวด้วยการลดค่าใช้จ่าย-เพิ่มรายได้จากธุรกิจที่มีอยู่โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม พร้อมช่วยให้ลูกค้ายังคงรักษาวงเงินในบัตรเครดิตเพื่อนำไปใช้บริหารจัดการรายจ่ายส่วนอื่นได้ต่อไป  

TQM ส่งลูก ‘อีซี่เลนดิ้ง’ บุกตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล
TQM ส่งลูก ‘อีซี่เลนดิ้ง’ บุกตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล

 ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท ฯ เตรียมเข้าทำการตลาดในธุรกิจสินเชื่ออย่างเต็มรูปแบบ หลังบริษัท อีซี่ เลนดิ้ง จำกัด เพิ่งได้รับใบอนุญาตสินเชื่อส่วนบุคคลจากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยบริษัทจะเริ่มให้บริการด้านสินเชื่อส่วนบุคคลเพื่อซื้อประกันภัยในไตรมาส 4 นี้โดย ในระยะแรกจะเป็นการให้บริการแก่ลูกค้าที่ทำประกันภัยกับ TQM ทั้งประกันภัยรถยนต์ และประกันอื่น ๆ

 

 


สำหรับการดำเนินธุรกิจใหม่ในครั้งนี้จะเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในต้นทุนที่สามารถลดได้ง่ายคือ ค่าใช้จ่ายที่บริษัทต้องจ่ายดอกเบี้ย บัตรเครดิตแก่สถาบันการเงิน และเป็นการเพิ่มรายได้แบบออแกนิคให้กับ TQM ขณะเดียวกันด้วยเข้าใจในสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมากมาย ในครั้งนี้จึงจะเป็นการช่วยลูกค้าให้ยังคงสามารถรักษาวงเงินในบัตรเครดิตไว้เพื่อนำไปใช้บริหารจัดการในส่วนอื่น เพียงเปลี่ยนมาผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันกับ TQM แทน


TQM ส่งลูก ‘อีซี่เลนดิ้ง’ บุกตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล
TQM ส่งลูก ‘อีซี่เลนดิ้ง’ บุกตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล

นางสาวสมพร อำไพสุทธิพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ เลนดิ้ง จำกัด กล่าวว่า  ในไตรมาส 4 ของปี 2564 คาดว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อเบี้ยประกันภัยได้กว่า 300 ล้านบาท สร้างรายได้ให้บริษัทกว่า 20 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อในปี 2565 อีกกว่า 1,500 ล้านบาท ในอนาคตจะสามารถเพิ่มรายได้ให้เติบโตได้กว่า 100 ล้านบาทต่อปี นับเป็นอีกช่องทางที่มีโอกาสเติบโตและสร้างรายได้ให้บริษัทฯ ในระยะยาว

 

ปัจจุบัน TQM มีฐานลูกค้าทั่วประเทศกว่า 3 ล้านราย เบี้ยประกันภัยกว่า 17,500 ล้านบาท ขณะที่ ‘อีซี่ เลนดิ้ง’ จะเริ่มพิจารณาให้กับลูกค้าที่มีประวัติดี และจะขยายตลาดเพื่อตอบสนองลูกค้าต่อไป เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับลูกค้ารายย่อยได้โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต และสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 10 เดือน

15


ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “The Future of Financial System อนาคตโลกการเงิน” จากเวทีสัมมนาออนไลน์ Virtual Forum Thailand Next episode 2 :  The Future of Financial System อนาคตโลกการเงิน 50ปีเครือเนชั่น โดยกล่าวถึงบทบาท แนวทางของธปท.ที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต  3มิติ ประกอบด้วย   1. การใช้ข้อมูลเปิดให้เป็นประโยชน์เต็มประสิทธิภาพ(  More  Open Data)  ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่า DATA เป็นทรัพยากรสำคัญอันดับที่ 5 ซึ่งต้องใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มประสิทธิภาพ  ซึ่งปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ไทยอยู่ระหว่างการซื้อหวยออนไลน์แลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นฐานในการเปิดบัญชีข้ามธนาคาร หรือการใช้สำหรับขอสินเชื่อที่สะดวกขึ้น ซึ่งเป็นการใช้ข้อมูลให้คนสามารถเข้าถึงบริการโดยข้ามแพลตฟอร์ม


2.การแข่งขันที่กว้างขึ้น(More Open Competition) ซึ่งมีหลายมิติ ตั้งแต่มิติการเปิดให้ผู้เล่นใหม่เช่น นันแบงก์ ซึ่งไม่ใช่ธนาคารเข้ามาแข่งขันในตลาดกับผู้เล่นเดิมในปัจจุบัน  ขณะเดียวกันยังต้องเปิดให้ธนาคาร ซึ่งเป็นผู้เล่นปัจจุบันสามารถแข่งขันได้ด้วย  เห็นได้จากการซื้อกิจการหรือธปท.ได้เปิดSandboxให้ผู้เล่นแต่ละรายเข้ามาเพื่อทดสอบและปรับปรุงการแข่งขัน

3. การสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ( More  Infrastructure) เพื่อรองรับผู้เล่นที่หลากหลายและต่อยอดพัฒนาบริการหรือนวัตกรรม    ตัวอย่างเช่น  ระบบฐานข้อมูลกลาง( Central Web  Service :CWS ) โครงการ Digital Factoring Ecosystem เป็นวิธีที่จะนำข้อมูลใบแจ้งหนี้ให้เป็นฐานข้อมูลกลางเพื่อตรวจสอบสถานะใบแจ้งหนี้ป้องกันการนำสัญญาแฟกตอริ่งระหว่างผู้ประกอบการ เอสเอมอี กับสถาบันการเงินมากว่า 1ราย ทั้งนี้เพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถเข้าถึงสินเชื่อ


ผู้ว่าการธปท.ยังได้กล่าวเพิ่มเติม ต่อข้อถามเรื่องการถือครองสกุลเงินดิจิทัล  โดยระบุว่า  ธปท.ไม่สนับสนุนให้ใช้สกุลเงินดิจิทัล ประเภท บิตคอนย์ในการชำระเงิน  เพราะมูลค่าผันผวนสูงอาจจะสร้างความเสียงหาย และไม่เหมาะสมที่จะใช้ในการชำระเงิน   

 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ Stable Coin ที่เป็นสกุลเงินบาทนั้น ธปท.จะกำกับดูแลภายใต้เกณฑ์เงินอิเล็กทรอนิกส์(e-money)   ดังนั้น การจะถือครองสกุลเงินดิจิทัล จึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์  และอยากเตือนกรณีที่มีกระแสการชักจูงให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลต่างๆ หรือสกุลเงินดิจิทัลใหม่ๆ  ประชาชนต้องระมัดระวัง  ความเสี่ยง ด้าน Cyber เพราะประชาชนอาจจะถูกชักจูงให้นำข้อมูลส่วนตัวซึ่งไม่ควรจะเปิดเผย  ไม่ว่าจะเป็นการส่งผ่าน หรือการเข้าไปกดลิ้งค์ก็ตาม  ขณะเดียวกันยังเสี่ยงต่อการฟอกเงินด้วย

Pages: [1] 2 3 ... 17