Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Thetaiso

Pages: [1] 2 3 ... 17
1


LINE MAN พร้อมลุย “คนละครึ่ง” รองรับดีลิเวอรี ดึง “พิมรี่พาย” ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ครั้งแรก ในแคมเปญใหญ่ปลายปี “คุ้มคนละชั้น” ช่วยกระตุ้นยอดขายร้านอาหารทั่วไทยที่ร่วมคนละครึ่งกับ LINE MAN งัดไม้เด็ด ปรับลดค่า GP สูงสุดไม่เกิน 20% ส่วนลดค่าอาหารสูงสุด 60% และอีกมากมาย พร้อมพัฒนาระบบเชื่อม “คนละครึ่ง”

นายยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการระบาดของโควิด-19 ต้องขอบคุณกระทรวงการคลังที่ปรับเปลี่ยนนโยบายให้คนละครึ่งเฟส 3 สามารถใช้กับบริการฟูดดีลิเวอรีได้แล้ว ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสั่งอาหาร โดยจ่ายผ่านคนละครึ่งแบบไม่ต้องไปซื้อเองที่หน้าร้าน และกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการร้านอาหาร และไรเดอร์จำนวนมาก



“LINE MAN ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มฟูดดีลิเวอรียินดีสนับสนุนนโยบายนี้ และได้เตรียมความพร้อม เชื่อมระบบกับโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ของกระทรวงการคลังมาตั้งแต่แรก”

LINE MAN เตรียมเปิดแคมเปญการตลาดครั้งใหญ่ในชื่อแคมเปญว่า “คุ้มคนละชั้น” โดยดึง “พิมรี่พาย” แม่ค้าและเน็ตไอดอลชื่อดังขวัญใจมหาชน ตัวแทนของคนไทยที่เคียงข้างคนไทยทุกกลุ่มเป็นพรีเซ็นเตอร์ ประเดิมภารกิจแรก ช่วยกระตุ้นยอดขายให้ร้านอาหารที่สมัครขาย “คนละครึ่ง” กับ LINE MAN ให้ปังต่อเนื่อง รวมถึงปรับลดค่า GP สูงสุดไม่เกิน 20% สำหรับออเดอร์จากโครงการคนละครึ่ง เพื่อช่วยลดรายจ่ายและกระตุ้นรายได้ให้แก่ร้านอาหาร

ทั้งนี้ จากสถิติร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการในครั้งก่อนกับ LINE MAN สามารถสร้างยอดขายเติบโตโดยเฉลี่ยมากกว่า 2 เท่า และเพิ่มขึ้นสูงสุด 5-10 เท่า ทำให้ร้านที่เข้าร่วมกลายเป็นร้านดังประจำพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ในครั้งนี้ LINE MAN ยังได้เตรียมสิทธิประโยชน์มากมายให้ทั้งร้านอาหารและผู้ใช้งาน โดยแบ่งเป็น



สำหรับร้านอาหารที่สมัครขาย “คนละครึ่ง” กับ LINE MAN ในระหว่างวันที่ 24 กันยายน-31 ธันวาคม 2564 ผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน จะได้รับสิทธิประโยชน์แบบจัดเต็ม ได้แก่

1. ปรับลดค่า GP ในอัตราไม่เกิน 20% สำหรับออเดอร์จากโครงการ “คนละครึ่ง”
2. สื่อโฆษณาออนไลน์เพื่อเพิ่มการมองเห็นของผู้บริโภค และโอกาสการขายของร้าน
3. สื่อโฆษณา ณ จุดขายเพื่อให้ผู้บริโภครับทราบว่าร้านสามารถสั่งผ่าน LINE MAN และจ่ายผ่านคนละครึ่งได้
4. โปรโมชันสุดคุ้มถึง 3 เด้งเพื่อกระตุ้นยอดขายให้ร้านและลดค่าใช้จ่ายให้ผู้บริโภค คือ โครงการคนละครึ่ง รัฐออกค่าอาหารให้ครึ่งหนึ่ง, ส่วนลดค่าจัดส่งอาหารจาก LINE MAN และส่วนลดค่าอาหารจากร้านที่ร่วมรายการ สูงสุดกว่า 60%
5. กิจกรรมเพื่อสร้างสีสันทางการตลาดบนโลกออนไลน์แบบต่อเนื่องจัดเต็มจาก “พิมรี่พาย” ตัวแทนของแม่ค้ามือทอง ช่วยกระตุ้นยอดขายร้านอาหารให้ปังต่อเนื่อง



ส่วนผู้ใช้สิทธิคนละครึ่ง LINE MAN ได้เตรียมส่วนลดแบบคุ้มคนละชั้นเพิ่มเติมสูงสุดถึง 60% สำหรับร้านที่ร่วมรายการ ส่วนลดค่าจัดส่ง และดีลสุดคุ้มรวมมากกว่า 22,000 ดีลบนแอปฯ LINE MAN

นอกจากนี้ LINE MAN ยังได้เตรียมความพร้อมของระบบเพื่อรองรับการใช้จ่าย “คนละครึ่ง” ผ่านแอปฯ LINE MAN ให้ใช้ง่ายมากยิ่งขึ้นและไม่ซับซ้อน จึงมั่นใจได้ว่าร้านค้าและผู้บริโภคจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดเมื่อสั่งอาหารผ่านโครงการคนละครึ่งบนแอปฯ LINE MAN

“เรามุ่งหวังว่าการพัฒนาระบบของ LINE MAN และการสร้างสรรค์กิจกรรมทางการตลาดครั้งใหญ่เพื่อสนับสนุนโครงการคนละครึ่งเฟส 3 นี้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มเงินหมุนเวียนให้แก่ธุรกิจร้านอาหารซึ่งเป็นธุรกิจฐานรากของประเทศในช่วงไตรมาสสุดท้าย” นายยอดกล่าว

2


“สุพัฒนพงษ์” นั่งหัวโต๊ะ “กบง.” มอบ สนพ.-พพ.ร่วมทบทวนแผน PDP ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ด้วยการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดให้สอดรับกับมติ กพช.เพื่อเดินหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมเคาะตรึงราคา LPG ภาคครัวเรือนต่ออีก 3 เดือน สิ้นสุด 31 ธ.ค.นี้

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วันนี้ (20 ก.ย.) ว่า กบง.ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ร่วมกันดำเนินการทบทวนปรับปรุงแผนการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ภายใต้แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ PDP2018 rev.1 (ปี พ.ศ. 2564-2573) ให้สอดรับกับมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเมื่อ 4 ส.ค. โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ร่วมกับการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ให้การสนับสนุนข้อมูลศักยภาพสายส่ง รวมถึงพิจารณาจัดทำแผนปรับปรุงระบบสายส่ง และจำหน่ายไฟฟ้า และนำกลับมาเสนอ กบง.เพื่อพิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ หลักการสอดคล้องเป้าหมายด้านความมั่นคงทางพลังงานและส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันของประเทศให้สอดรับกับประชาคมโลกที่มุ่งเน้นพลังงานไฟฟ้าสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอนและรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Decarbonization) ประกอบด้วย 1) ทบทวนปรับเพิ่ม/ลดกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่รายปีของโรงไฟฟ้าประเภทฟอสซิล (Coal/Natural Gas) โรงไฟฟ้าจาก RE (รายเชื้อเพลิง) เช่น ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ แสงอาทิตย์ ลม ขยะชุมชน ขยะอุตสาหกรรม เป็นต้น รวมถึงการรับซื้อไฟฟ้าโครงการพลังน้ำจากประเทศเพื่อนบ้าน

2) ทบทวนโครงการรับซื้อไฟฟ้า RE ที่มีการดำเนินการล่าช้ากว่าแผนฯ เพื่อปรับกำหนด SCOD ใหม่ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก โรงไฟฟ้าชีวมวลประชารัฐ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โรงไฟฟ้าขยะชุมชน เป็นต้น 3) รวมทั้งพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจาก RE ที่มีศักยภาพเหมาะสมร่วมกับเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้า เช่น Solar + ESS เป็นต้น

นอกจากนี้ กบง.ได้เห็นชอบให้คงราคาขายปลีก LPG ที่ 318 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ออกไปอีก 3 เดือน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แม้ว่าราคา LPG ตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปีนี้ พร้อมทั้งมอบหมายให้กระทรวงพลังงานติดตามสถานการณ์ราคา LPG อย่างใกล้ชิด และนำเสนอแนวทางการทบทวนราคา LPG ต่อ กบง.ต่อไป

3


สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน แจ้งย้ำวันนี้ว่า หยุดงานเพราะโควิด ตกงาน หรือลาออก ก็ยังมีสิทธิ์ประกันสังคมดูแลอยู่

อนุมัติการเยียวยาในอัตราใหม่เพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ใน 15 เดือนย้อนหลังก่อนวันที่ว่างงาน รายละเอียดต่างกันไปในแต่ละกรณี

(ดังรายละเอียดตามภาพ)


'เยียวยาประกันสังคม' มาตรา 33 กรณีตกงาน ลาออกเพราะโควิดเหตุสุดวิสัย



5 ขั้นตอนลงทะเบียนขอรับสิทธิ์

1. ลูกจ้างกรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01/7)

ลูกจ้างดาวน์โหลดและกรอกแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01/7) https://bit.ly/3u0PrzE ส่งให้นายจ้างพร้อมแนบสำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก

กรณีกักตัว ใช้เอกสารประกอบดังนี้ 

- ใบรับรองแพทย์ให้กักตัว หรือ

- คำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อที่สั่งให้กักตัว 

2. นายจ้างหรือเจ้าของธุรกิจ รวบรวมแบบคำขอรับประโยชน์แทน (สปส.2-01/7) และเอกสารอื่น (ถ้ามี) จากลูกจ้างให้ครบถ้วน

3. นายจ้างบันทึกข้อมูลในระบบ e-Service (www.sso.go.th)

นายจ้างบันทึกข้อมูลในระบบ e-Service บน www.sso.go.th พร้อมแนบเอกสารดังนี้

- ข้อมูลลูกจ้างตามแบบฯ สปส.2-01/7

- หนังสือรับรองการหยุดงาน กรณีราชการสั่งปิด/กรณีกักตัว (นายจ้างที่ใช้ระบบครั้งแรกต้องลงทะเบียนเพื่อใช้ระบบก่อน)

4. นำส่งแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน (สปส.2-01/7) 

นายจ้างนำส่งแบบคำขอรับประโยชน์แทน (สปส.2-01/7) และเอกสารอื่น (ถ้ามี) ของลูกจ้างที่บันทึกข้อมูลในระบบ e-Service ไว้แล้ว ส่งไปที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ทางไปรษณีย์ (ส่งแบบลงทะเบียน) ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่บันทึกข้อมูลในระบบ e-Service

5. ประกันสังคมอนุมัติจ่าย โอนเงินเข้าบัญชี

เมื่อสำนักงานประกันสังคมได้รับข้อมูลของนายจ้างถูกต้องครบถ้วนจะทำการอนุมัติจ่าย รอบแรกเงินเข้าบัญชี ภายใน 5 วันทำการ ส่วนที่เหลือจะโอนเข้าบัญชีทุกสิ้นเดือนจนครบ

กรณีเงินไม่เข้าบัญชี สามารถติดต่อสอบถาม โทร.สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ นายจ้างที่ยังไม่ได้สมัครใช้งาน e-Service ของสำนักงานประกันสังคม สามารถสมัครใช้งานในเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมก่อน จึงจะยื่นผ่านระบบได้ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้ติดต่อสายด่วน 1506 หรือสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่นายจ้างตั้งอยู่

4


บทวิเคราะห์จากสำนักข่าวรอยเตอร์ชี้ นักลงทุนต่างชาติที่กรูกันเข้ามาในจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากำลังเผชิญกับการล่มสลายครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งเนื่องจากปัญหาของ Evergrande ยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นหนี้เกินกำลังเริ่มที่จะแสดงอาการเอาไม่อยู่

ปัญหาของ Evergrande เริ่มมีมากขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ด้วยสินทรัพย์ที่ลดน้อยลงเมื่อเทียบกับหนี้สิน 2 ล้านล้านหยวน (305,000 ล้านดอลลาร์) หั่นราคาหุ้นและพันธบัตรเกือบ 80% ขณะที่การจ่ายคูปองพันธบัตร (หรือดอกเบี้ยพันธบัตร) มูลค่า 80 ล้านดอลลาร์จะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า

สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ชัดเจน นายธนาคารกล่าวว่ามีแนวโน้มมากที่สุดที่จะพลาดการชำระเงินและเข้าสู่แอนิเมชั่นที่ถูกระงับซึ่งเจ้าหน้าที่เข้ามาและขายสินทรัพย์บางส่วน แต่อาจทำให้ยุ่งเหยิงได้ง่าย


“เราจะต้องรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ซิด ดาฮิยา หัวหน้าฝ่ายพันธบัตรของ EM ที่ abrdn ซึ่งเดิมคือ Aberdeen Standard ในลอนดอน ซึ่งถือครองพันธบัตรจำนวนเล็กน้อยกล่าว "พวกเขาอาจจะกำลังดำเนินการข้อตกลงอยู่เบื้องหลัง แต่เราไม่มีความชัดเจนใดๆ และเราไม่มีอะไรให้คาดเดาเลย ดังนั้นเราจึงมืดแปดด้าน"

Evergrande เตือนเมื่อสองสัปดาห์ก่อนว่า บริษัทอาจเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้หากไม่สามารถระดมเงินสดได้ ตั้งแต่นั้นมาก็บอกว่าไม่มีความคืบหน้าใด ๆ กับความพยายามเหล่านั้น

ADVERTISEMENT


นักวิเคราะห์กล่าวว่าภาพรวมที่ใหญ่กว่าคือหาก Evergrande ซึ่งมีโครงการอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 1,300 โครงการในกว่า 280 เมืองโค่นล้ม มันจะทำลายความเชื่อที่บริษัทจีนบางแห่งใหญ่เกินไปที่จะล้ม ซึงหมายความว่ารัฐบาลอาจไม่ช่วยพยุงไม่ให้มันล้ม

แน่นอนว่าความเชื่อนี้อาจจะยังใช้กับบริษัทขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับรัฐ แต่กรณีนี้ก็เกิดขึ้นเช่นกันหลังจากการปราบปรามบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของปักกิ่ง เช่น Alibaba และ Tencent จนมูลค่าในตลาดหายไปเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อต้นปีนี้

การลุกลามของปัญหาจาก Evergrande ส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในบริษัท "ที่ให้ผลตอบแทนสูง" อื่นๆ ของจีนซึ่งพบกับภาวะดิ่งลงเช่นกันกัน แต่หุ้นใหญ่ๆ ในดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงก็แตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือนในวันพฤหัสบดีซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีปัญหาแพร่กระจายไปบางส่วน

มีกองทุนระดับโลกชื่อใหญ่ที่เกี่ยวข้องด้วย ข้อมูลจาก EMAXX แสดงให้เห็นว่า Amundi ซึ่งเป็นผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของยุโรป เป็นเจ้าของพันธบัตรระหว่างประเทศของ Evergrande รายใหญ่ที่สุด แม้ว่าจะกล่าวว่าได้ขายส่วนใหญ่ก่อนที่วิกฤตจะเกิดขึ้น

บริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในปารีส มี 93 ล้านดอลลาร์น่อยกว่าพันธบัตรมูลค่า 625 ล้านดอลลาร์ที่ครบกำหนดชำระคืนในเดือนมิถุนายน 2025 และประมาณ 300 ดอลลาร์ในเดือนมีนาคม ตอนนี้มีมูลค่ารวม 25 ล้านเหรียญ ปัจจุบัน UBS Asset Management ถือครองพันธบัตรปี 2505 ประมาณ 85 ล้านดอลลาร์และเป็นหนึ่งในผู้ถือครองโดยรวมรายใหญ่

คอล์ม ดิ โรซาริโอ ผู้บริหารร่วมของ EM Corporate & EM High Yield ของ Amundi อธิบายภาพพื้นฐานของบริษัทจีนหลายแห่งว่ายังไม่เสียหาย "อย่างไรก็ตาม สำหรับตอนนี้ เรารอการเริ่มต้นกระบวนการปรับโครงสร้างใหม่ (ของ Evergrande) เพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม"

"ยังคงต้องดูระดับความสูญเสียที่นักลงทุนจะต้องเผชิญ"

ย้อนกลับไปในเดือนเมษายน พันธบัตรของ Evergrande ซื้อขายกันที่ประมาณ 90 เซ็นต์ต่อดอลลาร์ ตอนนี้ใกล้จะถึง 25 เซนต์แล้ว

เจฟฟ์ กริลส์ หัวหน้าฝ่ายหนี้ในตลาดเกิดใหม่ที่กองทุน Aegon Asset Management ของสหรัฐฯ กล่าวว่า "การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงมีความเสี่ยงเสมอมา แต่สิ่งที่ราคาบอกคุณในวันนี้คือมีเซอร์ไพรส์บางอย่างที่รัฐบาลจะปล่อยมันไปอย่างเต็มที่" .

จีนอัดฉีด 9 หมื่นล้านหยวนเสริมสภาพคล่องจากปัญหา Evergrande
ผู้บริหาร Evergrande 6 คนชิงขายหุ้นก่อนมีปัญหาสภาพคล่อง
เขาเสริมว่านี่เป็นตัวอย่างคลาสสิกที่นักลงทุนถูกดึงดูดให้หลงลงทุนในผลตอบแทนอัตราดอกเบี้ย 10% ที่พันธบัตรให้ไว้

ตามจดหมายของ Evergrande ที่ส่งถึงรัฐบาลจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว หนี้สินของบริษัทเกี่ยวข้องกับธนาคารมากกว่า 128 แห่ง และสถาบันประเภทอื่นอีกกว่า 120 แห่ง

กลุ่มผู้ถือหุ้นกู้ Evergrande ได้เลือกธนาคารเพื่อการลงทุน Moelis & Co และสำนักงานกฎหมาย Kirkland & Ellis เป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ที่อาจเกิดขึ้นได้

กองทุนอื่นๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากพันธบัตร Evergrande ได้แก่ BlackRock ผู้จัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เช่นเดียวกับอีกหลายสิบเช่น Fidelity, Goldman Sachs Asset Management และ PIMCO

บริษัทการเงินรายใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งรวมถึง BlackRock และGoldman และบริษัทอื่นๆ อย่าง Blackstone มีกำหนดจะพบกับเจ้าหน้าที่จากธนาคารกลางของจีน รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลด้านการธนาคารและหลักทรัพย์ในวันพฤหัสบดีนี้

นักวิเคราะห์หนี้หวังว่าความเสียหายจะไม่แผ่ขยายออกไปมากนัก การถือครองมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับขนาดโดยรวมของบริษัทการลงทุนขนาดใหญ่เหล่านั้น นอกจากนี้ยังมีหนี้ Evergrande เพียง 6,750 ล้านดอลลาร์ซึ่งมีมูลค่าเกือบ 20,00 ล้านดอลลาร์รวมอยู่ในดัชนี CEMBI ของ JPMorgan

คนอื่นๆ ยังคงระมัดระวังแม้ว่าจะกรณี Evergrande จะส่งสัญญาณอันตรายกว้างออกไปก็ตาม

“นี่เป็นส่วนหนึ่งของพลังขับเคลื่อนที่เสริมพลังตนเอง ซึ่งความเสี่ยงจากการล้มละลายที่เพิ่มขึ้นจะกำหนดต้นทุนปัญหาทางการเงิน ซึ่งจะทำให้ความเสี่ยงในการล้มละลายเพิ่มขึ้น” ไมเคิล เพตทิส เจ้าหน้าที่อาวุโสของศูนย์นโยบายสากล Carnegie–Tsinghua Center for Global Policy กล่าวบนทวิตเตอร์

"จนกว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะเข้ามาจัดการกับความเสี่ยงในการล้มละลายอย่างน่าเชื่อถือ เงื่อนไขต่างๆ ก็มีแนวโน้มที่จะแย่ลง"

ผู้สังเกตการณ์วิกฤตตลาดเกิดใหม่ที่มีประสบการณ์บางคนยังคิดว่าปัญหายังคงมีอยู่ต่อไป

“การผ่อนคลายนี้ยังไม่ได้เริ่มต้นจริงๆ” ฮานส์ ฮูมส์ จากกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่เน้นหนี้ EM Greylock Capital กล่าว

Photo by Peter PARKS / AFP

5


"ฟีนิกซ์ฯ"ที่ปรึกษาการลงทุนอสังหาฯ ประเมิน “ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป” บิ๊กอสังหาฯอันดับ 2 ในจีน ประสบปัญหาสภาพคล่อง ผิดนัดชำระหนี้ ไม่ลุกลามขยายวงกระทบอสังหาฯไทย เหตุผู้ประกอบการอสังหาฯไทยไม่ได้ก่อหนี้เกินตัว ด้านที่ปรึกษาโบรกเกอร์จีน ระบุเร็วเกินไปจะชี้ชัดมีผลต่อตลาดอสังหาฯในไทย แต่ห่วง แบงก์ คุมเข้มสินเชื่อหนัก ด้านศูนย์ข้อมูลฯประเมินอีก 2-3 ปี ตลาดเริ่มฟื้นชัดเจน

ข่าวใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่สั่นสะเทือนไปทั่วภูมิภาคเอเชีย คงหนีไม่พ้นเรื่อง บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศจีน “ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป” (China Evergrande Group) ที่เผชิญกับปัญหาสภาพคล่อง เสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ และจากข้อมูลฐานะการเงินของบริษัท ภาระหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้น ก็เป็นผลมาจากการกู้เงินอย่างต่อเนื่องติดต่อมาหลายปี เพื่อนำมาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัท ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ขึ้นทำเนียบระดับบิ๊กอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีน

จากข้อมูลที่มีการยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ระบุว่า เอเวอร์แกรนด์ มีตราสารหนี้เชิงพาณิชย์มูลค่ารวม 2.057 แสนล้านหยวน (32,000 ล้านดอลลาร์) หรือประมาณ 1 ล้านล้านบาท (เพียงแค่บริษัทเดียว มีศักยภาพสูงเทียบกับรัฐบาลไทยที่กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท) ณ สิ้นปี 2563 และปัจจุบัน เอเวอร์แกรนด์ มีหนี้สินมากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 10 ล้านล้านบาท เทียบเท่ากับ 2% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีน หลังจากที่บริษัทได้ทำการกู้เงินมาเป็นเวลาหลายปี เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน

คำถามคือ หาก เอเวอร์แกรนด์ ล้มขึ้นมา “โดมิโน” นี้ จะเป็นกลาย คลื่นซัด กระทบตลาดอสังหาริมทรัพย์หรือไม่!! แต่ประเด็นที่ต้องไม่ลืมว่า รัฐบาลจีน ต้องแสดงท่าที ในการปกป้อง “เศรษฐกิจ” และ “เครดิต” ของประเทศตนเอง ในฐานะชาติมหาอำนาจของโลก!!

6
www รถบ้านมือสองเจ้าของขายเอง com เว็บซื้อขายรถมือสอง จากตลาดรถยนต์มือสองชั้นนำ ค้นหาสะดวกรวดเร็วครบวงจร ทั้งรถบ้านมือสอง รถกระบะมือสอง รถใหม่ป้ายแดง ประดับยนต์ ประกันภัย ไฟแนนซ์ ซื้อขายรถมือสอง งานคุณภาพ

รถมือสอง รถบ้าน รถยนต์มือสอง รถเต็นท์ เจ้าของขายเอง รถดีราคาถูก ที่ทุกคนไว้วางใจ รถคุณภาพ รถบ้านมือสองเจ้าของขายเอง รถดีๆ เต้นท์ดีๆ รถคุณภาพ ติดต่อ ซื้อขาย แนะนำ รถราคาถูก ที่ทุกท่านพอใจ สามารถติดต่อสอบถาม คิดถึงรถคุณภาพ คิดถึงเรา | www.รถบ้านมือสองเจ้าของขายเอง.com

รถมือสอง, รถยนต์มือสอง, รถมือ2, รถใหม่, รถบ้าน, ตลาดรถ, รถบ้านมือสอง, รถกระบะมือสอง, ตลาดรถมือสอง, รถใหม่ป้ายแดง, รถป้ายแดง, ราคารถใหม่, used car, new car, ประดับยนต์, ประกันภัย, ไฟแนนซ์, โตโยต้า, ฮอนด้า, toyota, hondaรถมือสอง ราคาถูก

7


ลิโอเนล เมสซี ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังระดับโลก ประเดิมลงสนามต่อหน้าแฟน. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในบ้านตัวเองเป็นครั้งแรก แต่กลับเล่นได้ไม่ครบเวลาหลังถูกสั่งเปลี่ยนตัวในช่วงครึ่งหลังชนิดที่เจ้าตัวเกิดความกังขาต่อตัวกุนซือ

พลพรรค PSG เปิดบ้านต้อนรับ โอลิมปิก ลียง เมื่อคืนวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเกมนี้ เมสซี ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง และเป็นการลงสนามในถิ่น ปาร์ค เดอ แปรงส์ ครั้งแรกของเจ้าตัว ท่ามกลางแฟน.ที่ตีตั๋วมาชมกันคับคั่ง

อย่างไรก็ตาม นอกจากยิงประตูไม่ได้ เมื่อถึงนาที 76 เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ สั่งถอดเจ้าตัวแล้วให้ อาคราฟ ฮาคิมี ลงไปเล่นแทนเพื่อแก้เกมหลังเกมเสมอ 1-1 แต่ภาพจับให้เห็นว่า เมสซี ผิดหวังและคาใจทำนองว่า 'เปลี่ยนผมออกทำไม'

แข้งบัลลงดอร์ 6 สมัย กลับไปนั่งเก้าอี้สำรองแบบไม่สบอารมณ์ กระนั้น เกมนี้ก็จบลงด้วยชัยชนะของ PSG หลังจาก เมาโร อิคาร์ดี พังประตูช่วงทดเจ็บ นาที 93 ให้ยักษ์ใหญ่แห่งกรุงปารีส ชนะ ลียง 2-1

สำหรับ เมสซี ลงสนามให้ PSG ไปแล้ว 3 นัดทั้งในเกม ลีก เอิง และ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก แต่ยังต้องควานหาประตูแรกของตัวเองต่อไป

8
98 บาท 6 วัน 6 วิชา

พลิกชีวิตแม่ค้าทั่วไป ไม่เก่งออนไลน์
เป็นนักธุรกิจออนไลน์มืออาชีพ อย่างง่ายดาย

สนใจ ขอข้อมูลเพิ่มเติม
https://lin.ee/4zIaPti



9


บอร์ด EKH อนุมัติออกวอร์แรนท์ 150 ล้านหุ้น จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นฟรี อายุ3 ปี ราคาใช้สิทธิธิ 1 หน่วยต่อหุ้นสามัญ 1 หุ้น ที่ราคา 6.30 บาทต่อหุ้น หวังนำเงินแปลงสภาพเสริมสภาพคล่อง-ใช้ลงทุนในอนาคต

บริษัท เอกชัยการแพทย์ จํากัด (มหาชน) หรือ EKH แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 4/2564เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2564 ได้อนุมัติการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ(วอร์แรนท์)ของบริษัท ครั้งที่ 1 (EKH-W1) จำนวนไม่เกิน 150 ล้านหน่วย เพื่อจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น ในอัตราส่วน 4 หุ้น ต่อ1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิถูกกฎหมายเชื่อถือได้ กรณีมีเศษที่เกิดขึ้นจากการคำนวณให้ปัดทิ้ง โดยไม่คิดมูลค่า (ศูนย์บาท)

สำหรับใบสำคัญแสดงสิทธิดังกล่าวมีอายุไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิและมีอัตราการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วยต่อหุ้นสามัญ 1 หุ้น ที่ราคา 6.30 บาทต่อหุ้น โดยกําหนดวันกําหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับจัดสรรใบสําคัญแสดงสิทธิ EKH-W1 (Record Date) ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 และคาดว่าบริษัทคาดว่าจะออกและจัดสรรใบสําคัญแสดงสิทธิEKH-W1ได้ในเดือนพฤศจิกายน 2564
 


สำหรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ  EKH-W1 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างความแข็งแกร่งและให้มีความยืดหยุ่นทางการเงินสําหรับการลงทุนในอนาคต เช่น การลงทุนในโรงพยาบาลเฉพาะทางสําหรับผู้สูงอายุ  รวมทั้งการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มหรือ Synergy ให้กับบริษัทและเพื่อสํารองเงินไว้ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท เมื่อมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทตามใบสําคัญแสดงสิทธิEKH-W1
 

 


สำหรับประโยชน์ที่ผู้ถือหุ้นจะพึงได้รับจากการเพิ่มทุน บริษัทจะมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมากขึ้น มีสภาพคล่องของเงินทุนหมุนเวียนเพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจและการลงทุนที่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างรายได้และผลกําไรของบริษัท และผู้ถือหุ้นของบริษัทจะได้รับผลประโยชน์จาก การที่บริษัทสามารถนําเงินที่ได้รับไปใช้ในโครงการต่างๆ ของบริษัทในอนาคตตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการออกและจัดสรรใบสําคัญแสดงสิทธิ EKH-W1 ในครั้งนี้

รวมถึงอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 75 ล้านบาท  แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 150 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์)หุ้นละ 0.50 บาท  เพื่อรองรับการใช้สิทธิแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ EKH-W1

10
ผู้สูงอายุทาน ข้าวหอมมะลินิล และประโยชน์ของข้าวหอมมะลินิล ช่วยชะลอวัย  
ข้าวมะลินิล ข้าวหอมมะลินิล ข้าวกล้องมะลินิล ข้าวกล้องหอมมะลินิล ข้าวมะลินิลสุรินทร์  ข้าวหอมมะลินิลสุรินทร์  #ขาวกล้องมะลินิลสุรินทร์ ข้าวกล้องหอมมะลินิลสุรินทร์  ต้นข้าวปลอดสาร  
“ข้าวมะลินิลสุรินทร์” สุดยอดข้าวเพื่อสุขภาพ ข้าวมะลินิลสุรินทร์เป็นข้าวเจ้าสีม่วงเข้มหรือสีดำ  คุณภาพการหุงต้มของ[/url]  ข้าวหอมมะลินิลอินทรีย์ รับประทานดี เป็นข้าวเมล็ดเรียวยาว เปอร์เซนต์อะมิโลสต่ำเมื่อหุงสุกจะเหนียวนุ่มหอม ข้าวกล้องหอมมะลินิลอินทรีย์ มีคุณสมบัติในการป้องกันโรคมะเร็ง   ข้าวมะลินิลสุรินทร์ ข้าวต้านความเสื่อม    ข้าวกล้องอินทรีย์หอมมะลินิล ชะลอวัย ทานแล้วไม่แก่เร็ว  Anti-Aging Rice




ประโยชน์ของ ข้าวมะลินิล/ ข้าวหอมมะลินิล (  ข้าวมะลินิลออร์แกนิค)
-  ข้าวกล้องหอมมะลินิลออแกนิคคือ อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระแอนโทไซยานิน (High Antioxidants) ประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินอี 6 เท่า
-   ข้าวมะลินิลเกษตรอินทรีย์ มีดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าข้าวขาวทั่วไปถึง 62% ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด, ความหิว, น้ำหนัก และลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน
-  ข้าวกล้องหอมมะลินิลเพื่อสุขภาพ มี วิตามิน บี1, บี 2, บี6 และบี9 ป้องกันโรคเหน็บชา, การทำงานของระบบประสาท และช่วยในกระบวนการสร้าง DNA RNA
-   ข้าวมะลินิลออแกนิค  มี ลูทีน ช่วยปกป้องเยื่อแก้วตา (Retina) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนสำคัญในการบำรุงสายตา
-  ข้าวกล้องหอมมะลินิลออแกนิคคือ  มีสานต้านอนุมูลอิสระฟีนอะลิกและแอนโธไซยานินสูง มีฤทธิ์ต้านการซึมเศร้าและวิตกกังวล
-   ข้าวมะลินิลเกษตรอินทรีย์  มีสารอนุมูลอิสระที่ได้จากการสกัดข้าวดิบและข้าวกล้องมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งสำไส้ใหญ่ มีคุณสมบัติพิเศษต่างๆ ที่มีในการรักษาสุขภาพ

ข้าว Hor.Boutique ข้าวหอมมะลินิลสุรินทร์ ข้าวกล้องหอมมะลินิลสุรินทร์    ปลูกข้าวกล้องหอมมะลินิลออแกนิค
277 หมู่ 14 ถ.พิชิตชัย ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000 โทร. 092-8245655
website : xn--22c6bf1bev6bzbun6ssb.net/
Facebook : ต้นข้าวสุขภาพ
Twitter : https://twitter.com/hor_boutique
IG : https://www.instagram.com/hor.boutique/ 
Line: @Hor.Boutique

เรามีข้าวอินทรีย์ / ข้าวออร์แกนิค   ปรับเปลี่ยนปลูกข้าวอินทรีย์    7 ประเภท
1.  ข้าวเกษตรอินทรีย์หอมมะลิ  2.   ข้าวกล้องหอมมะลิออแกนิก   3.   ข้าวปะกาอำปึลอินทรีย์ (ข้าวพื้นถิ่นสุรินทร์) 4.ข้าวผสมห้าสายพันธุ์อินทรีย์ 5.  ข้าวกล้องหอมมะลิแดงปลอดสารพิษ 6.  ข้าวกล้องมะลินิลออร์แกนิค 7.  ข้าวกล้องไรซ์เบอรี่อินทรีย์


#ข้าวมะลินิล #ข้าวหอมมะลินิล #ข้าวกล้องมะลินิล #ข้าวกล้องหอมมะลินิล #ข้าวมะลินิลสุรินทร์  #ข้าวหอมมะลินิลสุรินทร์  #ข้าวกล้องมะลินิลสุรินทร์ #ข้าวกล้องหอมมะลินิลสุรินทร์ #ข้าวมะลินิลอินทรีย์  #ข้าวหอมมะลินิลอินทรีย์ #ข้าวมะลินิลปลอดสาร #ข้าวหอมมะลินิลปลอดสาร  #ข้าวกล้องมะลินิลปลอดสาร #ข้าวกล้องหอมมะลินิลปลอดสาร #ข้าวมะลินิลเพื่อสุขภาพ #ข้าวหอมมะลินิลเพื่อสุขภาพ #ข้าวกล้องมะลินิลสุขภาพ   #ข้าวกล้องหอมมะลินิลสุขภาพ

 

 
 

11



เรื่องหนักอกหนักใจของคนที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย คือไม่ว่าใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวใดก็แพ้ไปหมด แต่ปัญหานี้แก้ได้เพียงแค่ลองใช้อิมัลชั่น Biotherm Life Plankton™ Sensitive Emulsion เนื้อบางเบา ที่สามารถฟื้นคืนสภาพผิวให้กลับมาแลดูแข็งแรงได้อย่างอ่อนโยน พร้อมช่วยให้ผิวหน้ากลับมาแลดูสุขภาพดีได้อีกครั้ง ช่วยให้ผู้หญิงที่เคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแล้วเกิดการแพ้ เปลี่ยนมุมมองใหม่แห่งการบำรุงผิว เพื่อผิวที่แลดูแข็งแรงขึ้น โดยไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรืออาการระคายเคือง 


สัมผัสบางเบานุ่มดุจครีม เข้มข้นประดุจเซรั่มของ Life Plankton™ Sensitive Emulsion พร้อมปลอบประโลมผิวหน้าของผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย เนื่องด้วยเนื้อสัมผัสสามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว พร้อมปลอบประโลมผิวที่เคยถูกทำร้ายมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของช่วยฟื้นบำรุงปราการผิว รวมถึงลดเลือนรอยแดงต่าง ๆ เพื่อผิวที่แลดูสุขภาพดี ทั้งยังรู้สึกได้ถึงความเรียบเนียนของผิวและแลดูกระชับขึ้น รวมถึงมีสีผิวที่แลดูสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น อีกทั้งภายในอิมัลชั่นขวดนี้ก็ไม่มีส่วนผสมใด ๆ ที่เป็นอันตรายต่อผิวหน้า เพราะปราศจากพาราเบน แอลกอฮอล์ สารแต่งสี น้ำมันแร่ และสารก่อภูมิแพ้จากน้ำหอม อีกทั้งผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยต่อผู้ที่มีปัญหาผิวบอบบาง หรือมีแนวโน้มว่าจะเกิดการแพ้ขึ้นได้ 


ส่วนผสมที่สำคัญที่อัดแน่นอย่างภายในอิมัลชั่น Biotherm Life Plankton™ Sensitive Emulsion คือส่วนผสมที่เป็นหนึ่งในส่วนผสมระดับตำนานซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของไบโอเธิร์มเลยทีเดียวนั่นคือ LIFE PLANKTON™ เข้มข้นสูงสุดถึง 5% ซึ่งมีคุณสมบัติชั้นดีที่ช่วยในการปลอบประโลมผิวที่เคยอ่อนแอ ทั้งยังทำหน้าที่มอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้อีกด้วย และสุดท้ายคือ NEUROSENSINE™ (dipeptide) ส่วนผสมตัวสุดท้ายที่ช่วยยกระดับการปลอบประโลมผิวให้แข็งแรงขึ้นอีกขั้น จึงมอบผิวเรียบที่แลดูเนียนละเอียด และรู้สึกถึงผิวที่แลดูกระชับมากยิ่งขึ้น พร้อมเผยสีผิวบนใบหน้าที่แลูสม่ำเสมอและดูสุขภาพดีมากกว่าที่เคย 


โดยพิสูจน์แล้วจากผู้หญิงทั้ง 51 คนซึ่งทดลองใช้ Life Plankton™ Sensitive Emulsion ขวดนี้จริง ๆ พบทันทีหลังการใช้ว่าอิมัลชั่นขวดนี้ช่วยทำให้ผิวรู้สึกถึงชุ่มชื้นมีชีวิตชีวา เบาสบายผิวหน้าทั้งยังสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ตลอดทั้งวัน โดยภายหลังจากการใช้ 1 สัปดาห์จะรู้สึกว่าผิวของตนดูกระชับ แลดูเนียนนุ่มขึ้น นอกจากนี้ยังได้ทดสอบกับผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่ายแล้วว่าหลังจากใช้งานหนึ่งเดือน 92% พบว่ารู้สึกถึงความกระชับขึ้นของผิว 96% พบว่า ผิวของตนนั้นแลดูนุ่มลื่นมากขึ้น ซึ่งผู้หญิงคนไหนอยากพิสูจน์ประสิทธิภาพของอิมัลชั่นขวดนี้สามารถสั่งซื้อมาทดลองใช้ได้เลยค่ะ 


สเต็ปการดูแลผิวด้วยอิมัลชั่นขวดนี้เริ่มต้นด้วยนำอิมัลชั่น Life Plankton™ Sensitive Emulsion เทลงบนฝ่ามือ โดยควรแนะนำให้ใช้ภายหลังการใช้น้ำตบแพลงตอน  LIFE PLANKTON™ ESSENCE หรือ LIFE PLANKTON™ ELIXIR  เรียบร้อยแล้ว เมื่อเทครีมลงบนฝ่ามือเรียบร้อยแล้วก็ลองใช้ปลายนิ้วเกลี่ยครีมเบา ๆ แล้วลูบไล้ให้ทั่วทั้งใบหน้า โดยเริ่มจากแก้ม จมูก และหน้าผาก นอกจากนี้ อย่าลืมลูบไล้ตามแนวของกระดูก และบริเวณขมับเพื่อเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด 


ซึ่งไม่ยากเลยหากใครต้องการลองใช้ โดยตอนนี้ Biotherm Life Plankton™ Sensitive Emulsion มีเพียงขนาดเดียวเท่านั้นคือปริมาณ 75 ml ในราคา 1,900 บาท โดยทุกคนสามารถซื้อเพียงผลิตภัณฑ์เดียวก็ได้หรือใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นในไลน์เดียวกันอย่าง เซรั่ม Life Plankton™ Elixir หรือน้ำตบ Life Plankton™ Essence ก็ได้ 


หากสนใจสั่งซื้อสินค้า และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมของอิมัลชั่น รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของ Biotherm สามารถสั่งซื้อสินค้าสามารถสั่งซื้อทางช่องทางออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.biotherm.co.th/  หรือสอบถามได้ทั้งที่เคาน์เตอร์ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงช่องทางโซเชียล มีเดียของ Biotherm โดยเพียงแค่ใช้คุณก็จะมีผิวที่แข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีขึ้นแล้วค่ะ 
 

12


นางสาวสุพิชฌาย์ ตั้งจิตนำธำรง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการเปรียบเทียบการขยายตัวของรายได้เฉลี่ยในปี 2560-2561 พบว่า การทำนวัตกรรมมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการขยายตัวของรายได้ โดยเฉพาะในภาคบริการ ซึ่งพบว่าธุรกิจที่ทำนวัตกรรมด้าน Marketing Organization และโดยเฉพาะ Process มีรายได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ในภาคการขนส่งที่ได้ปรับกระบวนการขนส่งสินค้าให้สอดคล้องกับธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ถูกกฎหมายเชื่อถือได้ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

มีข้อสังเกตว่ากลุ่มที่ไม่ทำนวัตกรรมมีการขยายตัวของรายได้ที่มากกว่าการทำนวัตกรรมในบางประเภท แต่เป็นไปได้ว่า อาจเป็นผลจากการทำนวัตกรรมไปแล้วในช่วงก่อนหน้า ซึ่งผลดีจากการทำนวัตกรรมด้าน Product หรือการทำนวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมต่อรายได้ของธุรกิจมักไม่เห็นผลในระยะสั้นมากนัก จำเป็นต้องอาศัยเวลาและความต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก RDI Survey มีข้อมูลกิจกรรมนวัตกรรมที่มีความต่อเนื่องเพียง 3 ปี จึงเป็นข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถนำมาวิเคราะห์ชิงสถิติเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของกิจกรรมนวัตกรรมในระยะยาวได้

ดังนั้นหากในระยะต่อไป มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์ผลของนวัตกรรมต่อธุรกิจไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำนโยบายเพื่อพัฒนาศักยภาพของประเทศที่ตรงจุดมากขึ้น

BOT Thailand Innovation Paper BOT Thailand Innovation Paper


โดยสรุปการพัฒนานวัตกรรมจะทวีความสำคัญมากขึ้นในระยะข้างหน้าท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ภาคธุรกิจจึงควรให้ความสำคัญกับการทำนวัตกรรมมากขึ้น โดยอาจเลือกใช้นวัตกรรมประเภทที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อช่วยรักษาระดับรายได้และเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ขณะเดียวกันภาครัฐก็ควรเร่งสนับสนุนการทำนวัตกรรมของภาคธุรกิจควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะนวัตกรรมด้านการยกระดับการผลิต สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเพื่อช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศในระยะยาว


ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อเป็นแนวทางในการเพิ่มกิจกรรมนวัตกรรม

1. เพิ่มการสนับสนุนด้านแรงจูงใจในการทำนวัตกรรม เช่น สนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนในรูปแบบ Co-Payment

2. ลดกระบวนการขอรับการลดหย่อนภาษีให้มีความยุ่งยากน้อยลง หากมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำนวัตกรรมในทุกประเภท เช่น อาจมีการหักลดหย่อนภาษีอัตโนมัติ

3. เพิ่มการประชาสัมพันธ์มาตรการสนับสนุนต่างๆ อาทิ สิทธิประโยชน์ที่สนับสนุนให้ภาคธุรกิจเร่งทำนวัตกรรมในปัจจุบัน หรืออาจประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงตัวอย่างของบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการทำนวัตกรรมด้านต่างๆ

4. จัดเก็บข้อมูลนวัตกรรมของภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ผลของการทำนวัตกรรมประเภทต่างๆ ของภาคธุรกิจ และสามารถนำมาสนับสนุนการออกนโยบายได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหากมีการเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลด้านอุตสาหกรรมหรือบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

13


น.ส.อรนุช วรรณภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเทศบาลเมืองกวางโจว ได้แถลงข่าวถึงแผนพัฒนาการขนส่งและโลจิสติกส์เมืองกวางโจว โดยมีสาระสำคัญ คือ การพัฒนาโลจิสติกส์เมืองกวางโจวตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีน 5 ปี ฉบับที่ 14 ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2568 เมืองกวางโจวจะกลายเป็นเครือข่ายโลจิสติกส์การขนส่งสินค้าที่เชื่อมต่อระหว่างโลจิสติกส์ฮับ เส้นทางต่างๆ และระบบอินเตอร์เน็ตทั้งการขนส่งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ กลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์นานาชาติที่มีอิทธิพลระดับโลก และกลายเป็นศูนย์กลางการจัดการห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และภายในปี 2578 เมืองกวางโจวจะกลายเป็นเมืองแห่งศูนย์กลางโลจิสติกส์นานาชาติที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงที่สุด มีต้นทุนการขนส่งที่ต่ำที่สุด และมีประสิทธิภาพสูงสุด และจะเป็นจุดเชื่อมต่อทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ แผนพัฒนาการขนส่งและโลจิสติกส์เมืองกวางโจว จะเน้นการพัฒนาโลจิสติกส์ฮับขนาดใหญ่เชิงโครงสร้าง “5+10+N” คือ โลจิสติกส์ฮับขนาดใหญ่พิเศษ 5 แห่ง ได้แก่ เขตท่าอากาศยานเมืองกวางโจว เขตท่าเรือหนานซา เมืองกวางโจว ทางหลวงและทางรถไฟในเขตตะวันออก เมืองกวางโจว ทางหลวงและทางรถไฟของศูนย์กลางการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางราง เมืองกวางโจว และเมืองอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ท่าอากาศยานสมัยใหม่เมืองกวางโจวและเมืองชิงหย่วน โลจิสติกส์ฮับขนาดใหญ่ 10 แห่ง ได้แก่ หมู่บ้านเสินซาน เขตไป๋หยุน , ขนส่งรถยนต์ท่าเรือหลงซา , รถไฟความเร็วสูง เมืองกวางโจว , ท่าเรือใหม่หวงผู่ , หมู่บ้านเซี่ยหยวน , ท่าเรือฮวาตู , หมู่บ้านซือหลิ่งเขตฮวาตู , เขตพัฒนาเจิงเฉิง , หมู่บ้านเสี่ยวหู่ซาไจ่ และหมู่บ้านหมิงจู เขตฉงฮว่า และจุดโลจิสติกส์สำคัญ เช่น หมู่บ้านหยูวอโถว , ไท่เหอ , ต้ากั่ง , จงลั่วถั่น , หลงซี , ฉงฮว่าหนาน , เจียเป่ย , จือสึเฉิง และจิ่วหลง

ขณะเดียวกัน จะมีการพัฒนาเครือข่ายโลจิสติกส์ ทั้งทางทะเล ทางบก และทางอากาศ จะเร่งสร้างเขตสินค้าทัณฑ์บนรวมของท่าอากาศยานไป๋หยุน เพื่อเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์สินค้าทัณฑ์บนของสนามบินของเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (GBA) และเร่งเพิ่มเส้นทางการขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศ โดยจะเพิ่มศักยภาพการขนส่งสินค้าแบบเร่งด่วนและการขนส่งสินค้าทางอากาศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก รวมถึงทำความร่วมมือกับท่าอากาศยานนานาชาติอื่นๆ สำหรับการขนส่งทางทะเลจะทำความร่วมมือกับสหพันธ์การขนส่งนานาชาติ (Shipping Union) และบริษัทสายการเดินเรือให้มากขึ้น พัฒนาให้กลายเป็นโลจิสติกส์ฮับการขนส่งตู้คอนเนอร์ระหว่างประเทศครอบคลุมทวีปแอฟริกา ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมถึงจะขยายเส้นทางเดินเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ไปยังทวีปยุโรปและอเมริกาให้มากขึ้น ส่วนการขนส่งทางบกระหว่างประเทศ จะเพิ่มเครือข่ายการขนส่งย่อยให้ครอบคลุมบริเวณเขตพื้นที่ต่างๆ เพื่อสร้างระบบห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ในตัวเมืองกวางโจวให้สมบูรณ์ และสร้างเส้นทางคมนาคมขนส่งจากเมืองกวางโจวไปยังนครปักกิ่ง นครเทียนจิน มณฑลเหอเป่ย สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีตลอดจนนครฉงชิ่ง และนครเฉิงตูอีกทั้ง และด้านการขนส่งทางรถไฟ จะพัฒนาเส้นทางรถไฟนานาชาติ 5 สาย เพื่อเดินทางไปยังยุโรปตะวันตก เอเชียกลาง เอเชียตะวันตก และเอเชียใต้ โดยจะทำการเพิ่มรอบขบวนรถไฟเส้นทางยุโรปกลางและเอเชียกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งให้มากขึ้น รวมถึงสร้างศูนย์รวมขบวนรถไฟนานาชาติเขต GBA

นอกจากนี้ จะเร่งสร้างแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อผลักดันการให้บริการโลจิสติกส์สมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยจะทำการเชื่อมต่อข้อมูลด้านโลจิสติกส์และข้อมูลด้านความน่าเชื่อถือระหว่างท่าอากาศยาน ท่าเรือ สถานีรถไฟ พร้อมทั้งผลักดันการเข้าถึงข้อมูลแบบเปิดเผยระหว่างหน่วยงานรัฐต่างๆ เช่น หน่วยงานการคมนาคม ศุลกากร ด่านตรวจ และหน่วยงานพาณิชย์ เป็นต้น เพื่อเพิ่มความถูกต้องแม่นยำด้านข้อมูลโลจิสติกส์ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในขั้นตอนการดำเนินการด้านการค้าระหว่างประเทศ ร่วมสนับสนุนการสร้างระบบศุลกากรเชิงอัจฉริยะ อาทิ การควบคุมและกำกับดูแลสินค้าที่ขนส่งทางน้ำและทางบก การดำเนินพิธีทางศุลกากรแบบไร้กระดาษ และแบบอัจฉริยะ เป็นต้น

ทางด้านการพัฒนานวัตกรรมโลจิสติกส์ จะเร่งพัฒนาโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็น โลจิสติกส์อีคอมเมิร์ซ และโลจิสติกส์แบบฉุกเฉิน รวมทั้งคิดค้นรูปแบบการขนส่งสินค้าใหม่ ๆ และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปสงค์และอุปทานในเขต GBA พร้อมทั้งสร้างห่วงโซ่อุปทานสมัยใหม่สำหรับสินค้าเกษตรกรรม อีกทั้งยังส่งเสริมและผลักดันให้บรรดาธุรกิจโลจิสติกส์จับมือกันและเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ

สำหรับโอกาสของผู้ประกอบการไทย พบว่า ปัจจุบันเมืองกวางโจวเป็นหนึ่งในเมืองที่มีปริมาณการขนส่งสินค้ามากที่สุดในจีน จากสถิติปี 2563 เมืองกวางโจวมีปริมาณการขนส่งสินค้าในท่าอากาศยานมากเป็นอันดับ 2 ของจีนหรือคิดเป็น 1.75 ล้านตัน และท่าเรือกวางโจวมีปริมาณความจุตู้คอนเทนเนอร์มากเป็นอันดับ 5 ของโลก หรือคิดเป็น 23.51 ล้านตู้และมีปริมาณการขนส่งสินค้าทั่วเมืองคิดเป็น 925 ล้านตัน จะเห็นได้ว่า การให้บริการด้านโลจิสติกส์ของเมืองกวางโจวกำลังจะถูกยกระดับและพัฒนาให้ก้าวไปอีกขั้นสู่ความเป็นนานาชาติมากขึ้น จึงเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่จะสามารถได้รับประโยชน์จากการให้บริการการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ยกระดับและมีคุณภาพในอนาคตอันใกล้ โดยนโยบายแผนพัฒนาดังกล่าว จึงถือเป็นการอำนวยความสะดวกในการทำการค้ากับจีนมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่ง ลดเวลาการขนส่ง และลดต้นทุนทางการค้า โดยเฉพาะสินค้าอาหารสด สินค้าในห่วงโซ่ความเย็น และสินค้าเกษตรกรรมที่สามารถรักษาความสดใหม่จากเวลาการขนส่งที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันให้กับสินค้าเหล่านี้ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจะต้องติดตามข่าวสารความคืบหน้าของนโยบายและแผนการพัฒนาของจีนที่จะช่วยเอื้อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจกับจีนอยู่เสมอเพื่อสามารถวางแผนและปรับตัวเพื่อพัฒนาธุรกิจให้ยั่งยืนต่อไป

14


“myHealthFirst” แอปพลิเคชั่น ที่เกิดจากแนวคิดของหมอและวิศวกร ประกอบด้วย นพ.เอกกร วงศ์หิรัญเดชา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน anti-aging medicine and wellness care ,ดร.ฤทธิชัย จิตภักดีบดินทร์ วิศวกรคอมพิวเตอร์ปริญญาเอก ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และML, นพ.เอกทิตย์ กู้ไพบูลย์ ประสาทศัลยแพทย์และธุรกิจศูนย์ดูแลผู้ป่วยสูงอายุ-โรคเรื้อรังและผู้ป่วยติดเตียง ร่วมกันพัฒนาแอปพลิเคชั่นสุขภาพ เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถดูแลสุขภาพได้ทุกที่ บุคลากรทางการแพทย์ยังได้ข้อมูลสำคัญสามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยกรณีเหตุฉุกเฉินได้ทันเวลา พบหมอได้รวดเร็ว

นพ.เอกกร วงศ์หิรัญเดชา เปิดเผยถึงที่มาของการก่อตั้งบริษัท มาย เฮลท์ กรุ๊ป จำกัด หรือ MHG ว่า MHG เกิดขึ้นทีหลังแอปพลิเคชั่น myhealthFirst โดยกลุ่มผู้ที่รู้จักบริษัทในยุคก่อตั้ง มักเรียกชื่อของ myHealth หรือ HealthFirst มากกว่า โดยบริษัทมีแนวคิดเพื่อให้มีแอปพลิเคชั่นสุขภาพ นวัตกรรมที่บันทึกผลการตรวจสุขภาพ ผลเลือด (checkup) ประวัติการรักษา ผ่าตัด ยาที่กินประจำ ประวัติแพทย์ จากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่เราไปรักษาเพื่อให้สามารถดูแลสุขภาพของเราได้ทุกที่ และยังให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ข้อมูลสำคัญ สามารถช่วยชีวิตเรากรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน (health information exchange;HIC) จนถึงสามารถบันทึกสัญญาณชีพของเราที่บ้าน เช่น ความดันโลหิตทุกเช้า อาหารที่ท่านกิน การออกกำลังกาย (complete patient portal)  และทั้งหมดถูกกฎหมายเชื่อถือได้เป็นที่มาของแอปพลิเคชั่น myHealhFirst (สุขภาพต้องมาเป็นอันดับแรก)


“ตอนที่เริ่ม MHG ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลานั้น กระแส Healthtech Startup ในประเทศไทยเริ่มมีมาแล้ว แต่ในภาคใต้ยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงไม่ค่อยเข้าใจวงการนี้มากนัก ส่วนใหญ่คุ้นเคยกับธุรกิจ SMEs จึงมองภาพไม่ออก จนกระทั่งมีการจัดสัมมนา Healthech สัญจรขึ้นที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นโอกาสให้พวกเราได้เข้าร่วมสัมมนาจนพัฒนามาเป็นผู้บรรยายในภายหลัง”

นพ.เอกกร วงศ์หิรัญเดชา
นพ.เอกกร วงศ์หิรัญเดชา

ทั้งนี้ ในปี 2561 เป็นปีแรกที่บริษัทฯเปิดตัวในงานสำคัญระดับประเทศหลายงาน เช่น งานสัมมนาเรื่อง อนาคตเศรษฐกิจไทยในยุคนวัตกรรม: ความท้าทายและโอกาส จัดขึ้นโดยธนาคารโลกประจำประเทศไทย ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคใต้ และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำเสนอแอปพลิเคชั่น myHealthFirst อย่างเป็นทางการในงาน Startup Thailand 2018
ดร.ฤทธิชัย จิตภักดีบดินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบัน MHG มีการพัฒนางาน 5 ส่วนหลักคือ ประกอบด้วย
1.Smart hospital system สำหรับโรงพยาบาลที่มีระบบ HIS (Hospital Information Systems) หรือระบบสารสนเทศโรงพยาบาล แต่ต้องมีแอปพลิเคชั่น ระบบนัด ระบบคิว ระบบตรวจสุขภาพและรายงานผลผ่านแอปพลิเคชั่น, ระบบรวบรวมการสตรีมข้อมูลแบบเรียลไทม์จาก Internet of Medical Things (IoMT) ในโรงพยาบาลและที่บ้าน เช่น อุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์เชื่อมต่อทางการแพทย์อื่น ๆ ที่ตรวจสอบการออกกำลังกายการนอนหลับและพฤติกรรมสุขภาพ รวมทั้งระบบ Smart IPD, Telemedicine, ระบบ SOS with real-time ambulance location เป็นต้น

2.Patient portal ส่วนนี้เป็นระบบที่สามารถบันทึกผลตรวจสุขภาพผลเลือดและยา เมื่อผู้ป่วยมารับบริการที่โรงพยาบาลและรวมกับผลการตรวจสัญญาณชีพที่บ้าน (IoMT myHealth Care at home) การออกกำลังกาย การทานอาหาร ทั้งหมดบันทึกผ่านแอปพลิเคชั่น myHealthFirst และยังสามารถปรึกษาอาการกับบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลโดยตรง เช่น คลินิกโรคเรื้อรัง (NCD; โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง-หัวใจ และกายภาพบำบัด (Realtime clinic monitoring) ผ่านระบบ Telemedicine ในแอปพลิเคชั่นได้ทันที
3.Telemedicine ระบบแพทย์ทางไกลผ่าน Video call

ดร.ฤทธิชัย จิตภักดีบดินทร์
ดร.ฤทธิชัย จิตภักดีบดินทร์

4.NCDs monitoring platform ระบบติดตามสถานะสุขภาพของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจ ผู้ป่วยสามารถวัดค่าสุขภาพและส่งข้อมูลของตัวเองได้รายวันผ่านเครื่องแท็บเล็ตที่มีการรับค่าอัตโนมัติจากอุปกรณ์วัดค่าสุขภาพต่าง ๆ เช่น เครื่องความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจ, เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว, เครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย, เครื่องเจาะน้ำตาลในเลือด และเครื่องชั่งน้ำหนัก หรือบันทึกข้อมูลสุขภาพผ่าน  Application myHealthFirst ได้เช่นเดียวกัน  ซึ่งข้อมูลสุขภาพที่บันทึกจะส่งไปแสดงในระบบหลังบ้าน (myHealthWorld) สำหรับให้ทีมแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล เฝ้าสังเกตและติดตามข้อมูลสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ ไปยังผู้ป่วยและทีมดูแล เมื่อค่าสุขภาพมีความผิดปกติ และยังสามารถพูดคุยปรึกษาแพทย์แบบวิดีโอคอล ผ่านชุดอุปกรณ์(แท็บเล็ต) หรือ Application myHealthFirst ได้
5.Corporate Wellness checkup system ส่วนที่บริษัทร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ออกให้บริการตรวจสุขภาพในโรงงาน-นิคมอุตสาหกรรม ผ่าน program myHealthMob สามารถรายงานผลจัดพิมพ์สูมบูรณ์แบบอย่างรวดเร็วผ่านระบบ web application myHealth World และ โมบาย แอปพลิเคชั่น myHealthFirst ทั้งยังสามารถวิเคราะห์ Big Data – ดูแลสุขภาพพนักงานผ่านระบบ myHealthPeek และ Smart nursing room
นพ.เอกทิตย์ กู้ไพบูลย์ กล่าวว่า แอปพลิเคชั่น myHealthCare ช่วยให้เกิดการดูแลสุขภาพพนักงานที่ดี (health and productivity) ถือว่าตอบโจทย์การดูแลสุขภาพยุค  new normal ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 และหลังจากนี้ทาง MHG มองว่าการเข้าถึงการบริการทางสุขภาพและสาธารณสุขจะเปลี่ยนไปด้วยการให้บริการ ได้แก่
ในฝั่งผู้ให้บริการ (Health Care provider) ในสถานการณ์ที่ไม่มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ยังเพิ่มโอกาสก้าวเข้าสู่ smart hospital service สามารถให้บริการที่หลากหลายดูแลสุขภาพทั้งในและนอกโรงพยาบาล, ติดตามผู้ป่วยโรคเรื้อรังได้อย่างใกล้ชิด (Realtime clinic and IoMT), เพิ่มช่องทางการติดต่อให้แก่ผู้ป่วย (Telemedicine) โรคอย่างง่ายสามารถให้บริการผู้ป่วยนัดหมาย เปิดให้พบ(visit) ก่อนที่ผู้ป่วยจะเข้ามาที่โรงพยาบาลเพื่อลดการพบปะผู้คน เป็นต้น ส่วนในสถานการณ์ที่ยังมีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 เป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าดูแลผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยในกลุ่มโรงพยาบาลสนาม , Hospital and Home isolation และจากประสบการณ์ที่ MHG ได้รับความไว้วางใจให้บริการแก่โรงพยาบาลของรัฐ และโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ สามารถเป็นเครื่องยืนยันถึงระบบที่มีประสิทธิภาพ

นพ.เอกทิตย์ กู้ไพบูลย์ 
นพ.เอกทิตย์ กู้ไพบูลย์

ในฝั่งผู้ป่วยหรือผู้รักสุขภาพทำให้เข้าถึงด้วยการให้บริการ myHealthFirst สามารถลดการเดินทาง ลดระยะเวลาในการไปปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาล สามารถเลือกใช้บริการดูแลสุขภาพทั้งในและนอกโรงพยาบาล สามารถติดตามดูแลรักษาโรคเรื้อรัง (Realtime clinic and IoMT), รวมถึงบริการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่บ้าน Home isolation กับโรงพยาบาลชั้นนำ
"แม้ในปี 2564 โลกจะอยู่ในช่วงที่ประสบปัญหาการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 รุนแรง ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี แต่ด้วยบริการของ MHG ที่ตอบโจทย์ในสถานการณ์ฯ MHG จึงเป็นสตาร์ทอัพที่สามารถสร้างรายได้เติบโตจากธุรกิจของเรา จนเป็นที่สนใจของ VC หลายราย และภูมิใจที่บอกกับทุกคนว่าเรามีโอกาสก้าวไปกับองค์กรชั้นนำโดยเราสามารถ raise fund series A จาก Nexter Ventures บริษัทในเครือของ SCG" 
นอกจากนี้ MHG ยังได้รับความไว้วางใจและเสียงตอบรับเป็นอย่างดี เมื่อร่วมงานไปกับหน่วยงานทั้งระดับประเทศและต่างประเทศ ได้แก่
ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และ SCG DoCare ให้บริการระบบดูแลผู้ป่วยโควิด-19 IoMT Home isolation และร่วมทำงานวิจัย
ร่วมกับ SCG DoCare จัดทำระบบดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง IoMT Care Connect โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และธนาคารกสิกรไทย จัดทำระบบดูแลผู้ป่วย โรงพยาบาลสนาม COVID-19 IoMT myHealthCare และร่วมทำวิจัย
ร่วมกับภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดทำแอปพลิเคชั่น
ร่วมกับ SCG DoCare จัดทำระบบดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล
ร่วมกับ SCG DoCare จัดทำระบบดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง สถาบันพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทย
ร่วมพัฒนาวิจัยอย่างต่อเนื่องการใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) หรือ AI ในทางการแพทย์ร่วมกับ Quadrant Health, USA.
สำหรับการทำงานของ myHealthFirst แอปพลิเคชั่นที่อำนวยความสะดวกทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นการดูแลสุขภาพและการไปโรงพยาบาล ทำงานเป็นระบบโซลูชั่นตั้งแต่การรับบัตรคิวผ่านตู้คิวอัจฉริยะ(Kiosk) ระบบมีการเชื่อมต่อกันกับสถานพยาบาล ผู้ใช้งานเพียงแค่เสียบบัตรประชาชน พร้อมพบคุณหมอได้ทันที และยังสามารถดูคิวผ่านแอปพลิเคชั่นทางสมาร์ทโฟน  และตู้ Digital Signage (จอแสดงคิว)  โดยคิวของผู้ใช้งานจะส่งผ่าน Notification ผ่านทางแอปพลิเคชั่น myHealthFirst ทางสมาร์ทโฟนอยู่เสมอเมื่อใกล้ถึงคิว และเข้ารับบริการสามารถติดตามอาการได้สม่ำเสมอ โดยที่ผู้ป่วยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาโรงพยาบาล

15


บมจ.ซีแพนเนล (CPANEL) กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ 6 บาท/หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1 บาท/หุ้น จำนวนหุ้น IPO ที่เสนอขาย 39.50 ล้านหุ้น ซึ่งจะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อในวันที่ 21-23 ก.ย.64 โดยมี บล.ฟินันเซีย ไซรัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และ CPANEL จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)

การเสนอขาย IPO ของ CPANEL จะนำเงินที่ได้ไปใช้ลงทุนก่อสร้างโรงงานเพิ่มเติมอีก 1 โรงงาน รวมค่าก่อสร้างโรงงาน ค่าเครื่องจักรการผลิตระบบ Fully Automated และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ติดตั้งเครื่องจักร และการทดสอบระบบการทำงาน (Commissioning Tests) รวมถึงนำไปชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ CPANEL พิจารณาจากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (P/E) ทั้งนี้ ราคาหุ้นสามัญที่เสนอขายหุ้นละ 6 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E Ratio) เท่ากับ 31.58 เท่า หากคำนวณจากกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลัง (ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.63-30 มิ.ย.64) ซึ่งเท่ากับ 28.57 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (Fully Diluted) ซึ่งเท่ากับ 150 ล้านหุ้น จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้น เท่ากับ 0.19 บาท

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในปี 63 บริษัทได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากลูกค้าชะลอแผนการจัดส่งสินค้า ทำให้บริษัทต้องชะลอการผลิตในระหว่าง 8 เดือนแรกของปี 2563 ถึงแม้บริษัทจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 3 ในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงปลายเดือน มี.ค.64 ก็ตาม ดังนั้น กำไรสุทธิในช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลังจึงไม่ได้แสดงถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในสภาวการณ์ปกติ และอาจจะไม่เหมาะสมในการนำไปคำนวณ P/E Ratio

กรณีคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิสำหรับปี 62 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในรอบ 12 เดือนที่เป็นสภาวการณ์ปกติที่ไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 36.61 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (Fully Diluted) ซึ่งเท่ากับ 150 ล้านหุ้น จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.24 บาท คิดเป็น P/E Ratio เท่ากับ 25 เท่า

นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานกรรมการ บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน CPANEL เปิดเผยว่า CPANEL ลงนามสัญญาแต่งตั้ง บล.ฟินันเซีย ไซรัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น IPO ในครั้งพร้อม พร้อมผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายอีก 5 แห่ง ได้แก่ บล.เอเอสแอล (ASL) บล.เคทีบีเอสที (KTBST) บล.กรุงไทย ซีมิโก้ (KTZ) บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHSEC) และ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) (PST)

นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร APM กล่าวว่า CPANEL จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 39.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 26.33% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

CPANEL ถือเป็นนบริษัทที่ก่อตั้งมาไม่นานนัก แต่ด้วยการวางระบบทั้งด้านการผลิตและด้านการเงิน ทำให้บริษัทมีพื้นฐานกิจการที่แข็งแกร่ง ธุรกิจมีโอกาสเติบโตสูง ซึ่งหลังจากการระดมทุนครั้งนี้ CPANEL จะมีความสามารถในการทำกำไรมากขึ้น เนื่องจากสัดส่วนหนี้สินต่อทุนจะลดลงอย่างมาก อีกทั้งความต้องการ Precast Concrete มีแนวโน้มสูงขึ้น จากการขาดแคลนแรงงานที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงข้อกฎหมายที่กำหนดจำนวนแรงงานในพื้นที่ก่อสร้าง ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และผู้รับเหมาก่อสร้างนิยมใช้ Precast Concrete มากขึ้น

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ FSS กล่าวว่า การเสนอขายหุ้น IPO ที่หุ้นละ 6.00 บาท กำหนดวันจองซื้อหุ้นในระหว่างวันที่ 21-23 ก.ย. 64 และคาดว่าหุ้น CPANEL จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หมวดอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง (PROPCON) วันที่ 30 ก.ย. 64 โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า CPANE

นายชาคริต ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ CPANEL กล่าวว่า บริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้ไปใช้ก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 2 ด้วยระบบการผลิต Fully Automated รองรับกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการในอนาคต โดยมีระยะเวลาก่อสร้างในช่วงไตรมาส 2/65 ถึงไตรมาส 4/66 คาดการณ์เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 1/67 รวมถึงชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

บริษัทเชื่อมั่นว่าตลาด Precast Concrete จะขยายตัวได้อีกมาก ทั้งในส่วนของอสังหาริมทรัพย์แนวราบและแนวสูง ซึ่งเป็นโอกาสให้บริษัทขยายตลาดและมีคำสั่งซื้อมากขึ้นจากมูลค่างานในมือ (Backlog) ณ 30 มิ.ย.64 อยู่ที่ 1.15 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ใน 3 ปี โดย Precast Concrete ของ CPANEL มีการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งระบบการจัดการ ระบบการผลิต และระบบการควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการขนส่งที่รวดเร็ว โดยการระดมทุนในครั้งนี้จะสามารถทำให้บริษัทเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

หลังการระดมทุนเสนอขาย IPO ในครั้งนี้ บริษัทจะนำเงินไปลงทุนก่อสร้างโรงงานเพิ่มเติมอีก 1 โรงงานรวมค่าก่อสร้างโรงงาน ค่าเครื่องจักรการผลิตระบบ Fully Automated และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ติดตั้งเครื่องจักร และการทดสอบระบบการทำงาน (Commissioning Tests) จำนวน 100-150 ล้านบาท ชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน จำนวน 50-100 ล้านบาท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ จำนวน 20.40 ล้านบาท

Pages: [1] 2 3 ... 17