Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - PostDD

Pages: [1] 2 3 ... 15
1


ศูนย์ข่าวศรีราชา - ร้านหมูสะเต๊ะชื่อดังคู่ตลาดหน้าศาลากลางชลบุรีมานานกว่า 30 ปี ถึงเวลาปรับตัวสู้โควิด-19 ผลิตหมูสะเต๊ะสำเร็จรูปแบบไม่ต้องย่างแต่ยังคงรสชาติดั้งเดิมขายผ่านออนไลน์ ดึงแม่บ้านตกงานช่วยเสียบไม้สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว

วันนี้ (20 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.ณัชชา ไตรสรณ์ทอง เจ้าของร้าน “หมูสะเต๊ะเจ๊ใจ” ซึ่งเปิดขายคู่ตลาดหน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรีมานานกว่า 30 ปี จนเป็นที่รู้จักของทั้งนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ ที่สำคัญยังเคยได้รับโล่ดีเด่นจากเชลล์ชวนชิม เมื่อปี 2512 และยังสามารถสร้างแฟรนไชส์ของตนเองได้สำเร็จ ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้ยอดขายของทางร้านหายไปเป็นจำนวนมาก

จากการที่ลูกค้าไม่กล้าออกมาซื้ออาหารนอกบ้าน รวมทั้งมาตรการปิดร้านขายอาหารก่อนเวลา 21.00 น.และการไม่อนุญาตให้ประชาชนนั่งรับประทานอาหารภายในร้านหลังเกิดการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง

ทำให้ทางร้านมีแนวคิดในการปรับรูปแบบการขายด้วยการผลิตหมูสะเต๊ะสำเร็จรูปพร้อมรับประทานที่ยังคงรักษารสชาติความอร่อยได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังไม่ใส่สารกันบูดเพียงแค่เก็บไว้ในช่องแช่แข็งก็สามารถรักษาคุณภาพอาหารได้นานนับปี

“วันนี้เราเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าเพียงแค่แกะหมูสะเต๊ะออกจากซองแล้วนำเข้าไมโครเวฟเพียง 2 นาที สามารถรับประทานได้ทันทีโดยไม่ต้องนำไปปิ้งหรือย่างให้เสียเวลา โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ซอง 100 บาท ภายในบรรจุหมูสะเต๊ะจำนวน 12 ไม้ พร้อมเครื่องเคียงสูตรดั้งเดิม”



น.ส.ณัชชา ยังได้นำผู้สื่อข่าวชมการผลิตที่ใช้พื้นที่ภายในบ้านเลขที่ เลขที่ 127/224 ม.3 ต.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี ซึ่งในวันนี้ได้เปิดพื้นที่หน้าบ้านเป็นจุดขายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าอีกทางด้วย

โดยภายในโรงงานผลิตขนาดย่อมที่ตั้งอยู่ภายในบ้านหลังนี้ได้มีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่แยกจากกันอย่างชัดเจน ขณะที่พนักงานของร้านคือกลุ่มแม่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 วันนี้พากันเข้ามารับจ้างนั่งเสียบหมูสะเต๊ะเพื่อให้มีรายได้จุนเจือครอบครัว

นอกจากนั้น ยังแบ่งพื้นที่อีกห้องให้เป็นห้องปรุงน้ำจิ้มสะเต๊ะรสเด็ด และน้ำอาจาดที่มีทั้งหัวหอม พริกและแตงกวา ขณะที่หมูสะเต๊ะสำเร็จรูปจะถูกย่างจนสุกไว้แล้วในระดับหนึ่งก่อนจะนำมาบรรจุใส่ถุงพร้อมน้ำจิ้มสะเต๊ะและน้ำอาจาด

น.ส.ณัชชา เผยว่า สิ่งที่ทำให้ “หมูสะเต๊ะเจ๊ใจ” ครองใจชาวชลบุรีมานานถึง 30 ปี นอกจากจะอยู่ที่รสชาติอร่อยและกระบวนการผลิตที่สะอาจและถูกหลักอนามัยแล้ว การคัดสรรวัตถุดิบยังเลือกใช้เนื้อหมูจากแหล่งผลิตที่มีชื่อเสียง และในวันนี้ยังเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ รวมทั้ง Line:@satayjajai หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-5871-6555 ซึ่งทางร้านพร้อมบริการจัดส่งให้ลูกค้าทันที

2


ประลอง สาวันดี ซัดซ้ายเต็มข้อตุงตาข่ายอย่างสุดสวย ช่วยให้ 'สวาทแคท' นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดบ้านเฉือน 'มังกรโล่เงิน' โปลิศ เทโร เอฟซี 1-0 ปลดล็อกคว้า 3 แต้มแรกในซีซั่นนี้

ศึกฟุต.รีโว่ ไทยลีก ฤดูกาล 2021/22 วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2564 เป็นการลงสนามนัดที่ 3 เกมที่น่าสนใจ 'สวาทแคท' นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดสนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา รับการมาเยือนของ 'มังกรโล่เงิน' โปลิศ เทโร เอฟซี

'สวาทแคท' ภายใต้การคุมทีมของ 'โค้ชโจ' ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น ปราชัยมา 2 เกมรวด ยังไม่มีคะแนน ล่าสุดบุกพ่ายให้กับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 2-3 เกมนี้นำทัพมาโดย อมาดู อ็อตตาร่า, มาร์โก ซาฮาเนค, นฤพล อารมณ์สวะ

ขณะที่ 'มังกรโล่เงิน' ของ 'โค้ชอ้น' รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค เกมล่าสุดบุกไปพ่าย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-3 เกมนี้นำทัพมาโดย เอวานโดร เปาลิสต้า, ธีรเทพ วิโนทัย และอาทิตย์ บุตรจินดา

นาทีที่ 22 นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่วันนี้ครองเกมบุกได้เยอะกว่าเล็กน้อย มาได้ประตูออกนำ 1-0 จากลูกยิงด้วยซ้ายสุดสวยนอกกรอบเขตโทษของ ประลอง สาวันดี และหมดเวลา 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นี้

ครึ่งเวลาหลัง โปลิศ เทโร เอฟซี พยายามเปิดเกมบุกเพื่อทำประตูตามตีเสมอให้ได้ แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่เฉียบคมพอ และในช่วงท้ายเกมก็ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อวันชัย จารุนงคราญ โดนเหลืองที่สอง กลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่มีใครทำอะไรกันได้ หมดเวลา 90 นาที นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดบ้านเฉือน โปลิศ เทโร เอฟซี 1-0 ปลดล็อกคว้า 3 คะแนนแรกในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ ขึ้นมารั้งอันดับ 11 ของตาราง ขณะที่ผู้มาเยือนรั้งรองบ๊วย มี 1 แต้ม

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี : ธณชัย หนูราช (GK), ธิติ ทุมพร, ณัฐพงษ์ สายริยา, เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว, ประลอง สาวันดี, เดนนิส บียานูเอว่า, นฤพล อารมณ์สวะ, มาร์โก ซาฮาเนค, อมาดู อ็อตตาร่า, อับดุลฮาฟิส บือราเฮง, จักรกฤษ นิยมสุข

โปลิศ เทโร เอฟซี : กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก (GK), เอกชัย สำเร, ยัง จุน อา, ไอแซค ฮอนนี, เฉลิมศักดิ์ อักขี, สัญชัย นนทศิลา, เลสลี อับเลอร์, สิทธิโชค ทัศนัย, ธีรเทพ วิโนทัย, อาทิตย์ บุตรจินดา, เอวานโดร เปาลิสต้า


ผลการแข่งขันฟุต.รีโว่ ไทยลีก อีกหนึ่งคู่
สุพรรณบุรี เอฟซี 2-2 พีที ประจวบ เอฟซี

3


WeWork เปิดตัว G.I.V.E โครงการเสริมแกร่งธุรกิจเพื่อสังคม มุ่งสนับสนุนการเติบโตขององค์กรธุรกิจเพื่อสังคมในไทยและทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้การเข้าถึงพื้นที่ทำงาน ห้องประชุม สถานที่จัดงานและให้คำปรึกษา

WeWork หนึ่งในผู้ให้บริการพื้นที่ทำงานชั้นนำระดับโลก ประกาศเปิดตัว WeWork G.I.V.E โครงการส่งเสริมองค์การถูกกฎหมายเชื่อถือได้ไม่แสวงหาผลกำไร (NPO) และธุรกิจเพื่อสังคมใน 6 ประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียตนาม

นายบัลเดอร์ ทอล ผู้จัดการทั่วไปประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย WeWork เปิดเผยว่า “ในฐานะที่ WeWork มุ่งมั่นในการสร้างชุมชน เราจึงเข้าใจความสำคัญของการได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องและการสร้างระบบนิเวศของชุมชน รวมถึงภารกิจทางสังคมที่มุ่งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มที่ยังด้อยโอกาส ในช่วงระยะเวลา4 ปีที่ผ่านมา WeWork ได้ให้การสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมไปแล้วมากกว่า 40 โครงการ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงโครงการด้านวิกฤตมนุษยธรรม ปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหาทางสังคม ควบคู่ไปกับการทำงานของพันธมิตรทางด้านสังคมของเรา โครงการ G.I.V.E จะเป็นแพลตฟอร์มในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสังคม ในขณะเดียวกันสามารถสร้างผลกระทบที่ดีอย่างยั่งยืนร่วมกันด้วย”

 
โครงการ WeWork G.I.V.E ซึ่งย่อมาจาก Gratitude, Inclusivity, Volunteer, Enrich โดยสะท้อนถึงการตอบแทน การเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ความมีจิตอาสา และการเพิ่มคุณค่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจเพื่อสังคมของ WeWork และตอบแทนชุมชนต่างๆ ในสังคม โดยโครงการนี้จะให้สิทธิ์การเข้าถึงพื้นที่ทำงาน ห้องประชุม สถานที่จัดงาน และเข้าถึงเครือข่ายทั่วโลกของ WeWork


นอกจากนี้ โครงการนี้จะช่วยเอื้ออำนวยต่อการทำงานขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NPO) และธุรกิจเพื่อสังคม เพื่อช่วยเหลือสังคมในสิ่งที่ยังขาดแคลน โดยนอกจากให้ความช่วยเหลือเรื่องสถานที่ทำงาน WeWork แล้วยังคงสนับสนุนในการจัดให้คำปรึกษาทั้งด้านความรู้ วิชาชีพ และการพัฒนาตนเองผ่าน WeWork Labs ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ รวมถึง การมีส่วนร่วมและในทีมของชุมชน ระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และการใช้ห้องเก็บอาหาร

 
ที่ผ่านมา ธุรกิจเพื่อสังคมต่างๆได้มีการเติบโตขึ้น ซึ่งปัจุบันมีธุรกิจที่คอยดูแลและแก้ปัญหาทางสังคมและสิ่งแวดล้อมกว่า 1 ล้านแห่งในเอเชียแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่เป็นเรื่องใหญ่ที่องค์กรและธุรกิจเหล่านี้ประสบ คือ การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ในขณะที่กำลังขับเคลื่อนการดำเนินงานทางสังคมให้เกิดผลสูงสุด ด้วยการที่ WeWork มีกว่า 31 สาขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงอยู่ในฐานะสามารถช่วยในการจัดหาทรัพยากรสำหรับการดำเนินงานและการสนับสนุนต่างๆแก่องค์กรและธุรกิจเพื่อสังคม เพื่อช่วยสนับสนุนให้เกิดการขยายการดำเนินงานให้ดีขึ้นและส่งเสริมการสร้างการรับรู้ของสังคมเกี่ยวกับองค์กรเหล่านี้เพื่อประโยชน์ของชุมชน




ปัจจุบัน WeWork ได้มีส่วนร่วมและสนับสนุนองค์กรอย่าง UNICEF (ประเทศไทย), UNHCR (ประเทศไทย), Company of Good (สิงคโปร์) และ Happiness Initiative (สิงคโปร์)

นายไซม่อน เลียว ผู้ร่วมก่อตั้ง Happiness Initiative กล่าวว่า WeWork เป็นพันธมิตรอย่างยาวนานของ Happiness Initiative ตั้งแต่ปี 2562 เราสามารถขยายการทำงานและสร้างองค์กรให้เติบโตท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 โครงการ G.I.V.E ยังคงสนับสนุนกิจกรรมจิตอาสาของเราในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชุมชนต่อไป ทางเรารู้สึกยินดีกับความมุ่งมั่นของ WeWork ในการตอบแทนชุมชน อีกทั้งยังภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้

โครงการ WeWork G.I.V.E เปิดโอกาสให้องค์การไม่แสวงหาผลกำไร (NPO) และธุรกิจเพื่อสังคมทุกขนาดที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงได้สมัครเข้าร่วมโครงการ โดยผู้สมัครจะได้รับการตรวจสอบสถานะองค์กรหรือธุรกิจเพื่อสังคม รวมไปถึงการตรวจสอบภายในเพื่อได้รับการอนุมัติการสนับสนุนจาก WeWork สามารถดูรายละเอียดวิธีการสมัครเข้าร่วมโครงการ WeWork G.I.V.E ได้ที่นี่

4


แอสตัน วิลล่า กลายเป็นทีมแรกที่หยุดความแรงของ เอฟเวอร์ตัน หลังเปิดบ้านจัดการเคี้ยว “ทอฟฟี” เละ 3-0 ศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา

พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
แอสตัน วิลล่า 3-0 เอฟเวอร์ตัน

คู่สุดท้ายวันเสาร์ แอสตัน วิลล่า อันดับ 14 มี 4 แต้ม เปิดรังเจอ เอฟเวอร์ตัน อันดับ 5 มี 10 แต้ม เกมนี้ วิลล่า ใช้คู่หน้าคือ ออลลี วัตกินส์ กับ แดนนี อิงส์ ส่วน “ทอฟฟี” วาง 3 ประสาน ซาโลมอน รอนดอน, เดอมาราย เกรย์ และ อันโดรส ทาวน์เซนด์ ลงไปยิง

เริ่มเกม นาที 3 เอฟเวอร์ตัน เกือบนำเร็ว เบน ก็อดฟรี จ่ายยัดให้ ซาโลมอน รอนดอน สอดขึ้นมาจิ้มเสาแรกแต่ออกหลัง ขณะที่ นาที 15 ทีมเยือนได้เตะมุม อันโดรส ทาวน์เซนด์ โยนโด่งจากขวาให้ ไมเคิล คีน โหม่งจ่อๆ แต่หลุดเสานิดเดียว

นาที 27 วิลล่า ตอบโต้ แมตต์ ทาร์เก็ตต์ แย่ง.ลากขึ้นหน้าแล้วโดนสกัดแต่.ยังเด้งหา จอห์น แม็คกิน ยิงแต่หลุดกรอบ ต่อมา นาที 44 ทอฟฟี สวนหมัด เดอมาราย เกรย์ จ่ายเข้าทาง อันโดรส ทาวน์เซนด์ ลองยิงซ้ายไกลแต่ติดเซฟ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ จบครึ่งแรกยัง 0-0

ครึ่งหลัง เจ้าบ้านเล่นดีกว่าจน นาที 65 ขึ้นนำสำเร็จ ดักกลาส ลุยซ์ ดีดขึ้นหน้าให้ แม็ทธิว แคช วิ่งตัดเข้าไปตะบันซ้ายตุง 1-0 และได้ดีใจกันต่อ นาที 69 ลีออน ไบญี เปิดเตะมุมฝั่งขวาแล้ว ลูคัส ดีน โหม่งเช็ดเข้าประตูตัวเองให้ วิลล่า นำห่าง 2-0

นาที 74 วิลล่า เริงร่าไม่หยุด แดนนี อิงส์ โยนข้ามฟากให้ ลีออน ไบญี กระชากหลุดเดี่ยวแล้วซัลโวเต็มตีน 3-0 ส่วนเวลาที่เหลือ เอฟเวอร์ตัน บุกมาทวงประตูไม่ได้แล้ว จบเกม ทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ลิ้มรสความพ่ายแพ้นัดแรก ส่วน วิลล่า เก็บเพิ่มเป็น 7 แต้ม ขึ้นมาอยู่อันดับ 10

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
แอสตัน วิลล่า - เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ, อเซล ทวนเซเบ้, ไทโรน มิงส์, เอซรี คอนซ่า, แมตต์ ทาร์เก็ตต์, แม็ทธิว แคช, ดักกลาส ลุยซ์, จอห์น แม็คกิน, จาค็อบ แรมซีย์, ออลลี วัตกินส์, แดนนี อิงส์
เอฟเวอร์ตัน - แอสเมียร์ เบโกวิช, เบน ก็อดฟรี, ไมเคิล คีน, เยอร์รี มิน่า, อับดุลลาย ดูคูเร่, อัลลัน, ลูคัส ดีน, อเล็กซ์ อิโวบี, ซาโลมอน รอนดอน, เดอมาราย เกรย์, อันโดรส ทาวน์เซนด์

5


เป็นประเด็นช็อกแฟนๆ อยู่ไม่น้อยรวมทั้งยังทำให้นักแสดงหญิงร้อนๆ หนาวๆ ว่าจะโดนบ้างหรือเปล่า สำหรับกรณีที่ “แพรวา ณิชาภัทร”และ “ฝน ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล”ได้เผยข้อความผ่านอินสตาแกรม ระบุว่าตนเองนั้นถูกแอบถ่ายในห้องน้ำ และห้องแต่งตัว ภายในตึกดังย่านอโศก เพื่อนำไปขายกลุ่มลับ พร้อมขอบคุณตำรวจที่ตอนนี้จับกุมคนร้ายได้แล้ว โดยแพรวาเผยว่า

“วันนี้ แพร และพี่ฝน ได้เข้ามาพบท่าน พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง เพื่อขอบคุณที่ทีมตำรวจไซเบอร์ ได้จับกุมตัวคนร้าย ซึ่งเป็นแอดมินเพจโปรแกรม VK ที่ได้นำเอาคลิปแอบถ่ายพวกหนูไปเผยแพร่ต่อ เพื่อแลกกับเงินค่าสมัครสมาชิกเข้ากลุ่มลับ เบื้องต้นแอดมินเพจคนดังกล่าวรับสารภาพว่า ไปซื้อคลิปของพวกหนูมาอีกที ซึ่งในส่วนนี้ ทีมงานตำรวจไซเบอร์ก็จะได้ทำการสืบสวนขยายผล หาตัวคนที่แอบถ่ายต่อไป

คลิปของแพร ถูกแอบตั้งกล้องถ่ายตอนแพรไปถ่ายงานในฐานะพิธีกร ในรายการ Gmm24’7 ล้วงลึกตึกแกรมมี่ ที่ตึก GMM Grammy ย่านอโศก ในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2557 ซึ่งในห้องที่ถูกแอบถ่ายคลิปนั้นเป็นเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องพักพิธีกร เป็นห้องที่ค่อนข้างส่วนตัว และการเข้าออกในตึกต้องมีการแลกบัตร แต่ก็ยังโดนตั้งกล้องถ่ายได้ ถ้าใครพอมีเบาะแสเพิ่มเติมหรือข้อมูลต่างๆ รบกวนส่งให้แพรด้วยนะคะ แพรเองจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด กับผู้ที่กระทำความผิดนี้ และ หวังว่าเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดกับเพื่อนๆพี่ๆในวงการ

ส่วนตัวแพรรู้ว่ายังมีคนที่มีคลิปนี้อยู่ เลยจะขอเตือนไปยังกลุ่มมิจฉาชีพที่มีพฤติกรรมในการเผยแพร่ สื่อลามกอนาจารในลักษณะนี้ เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ แต่หากเป็นการกระทำต่อเด็ก อาจเข้าข่ายเป็นความผิดบทหนัก ที่มีโทษจำคุก ตั้งแต่ 3-10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 - 200,000 บาท”

ขณะที่ ฝน ศนันธฉัตร เผยว่า “เมื่อช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ฝนได้ทราบเรื่องมาว่าฝนและแพรวาได้ถูกคนร้ายแอบถ่ายคลิปและนำคลิปนั้นมาขายในช่องทาง online เราทั้งสองคนจึงได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อดำเนินคดี

สำหรับคลิปของฝน ฝนถูกแอบถ่ายในห้องน้ำหญิง คาดว่าเหตุเกิดในขณะที่ฝนไปทำงาน คือการฟิตติ้งซีรีส์เรื่องหนึ่ง ในตึกแห่งหนึ่งย่านอโศก โดยสันนิษฐานจากการแต่งกายและทรงผมเพราะเป็นเสื้อผ้าและทรงผมที่จัดวางไว้สำหรับการถ่ายทำซีรีส์นั้นๆ

เมื่อวานนี้ฝนและแพรวาได้ทราบเรื่องว่า หน่วยสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว ซึ่งคนร้ายเป็น admin เพจนั้นและเป็นผู้ที่นำคลิปไปขายคลิป โดยยังพบหลักฐานว่ามีผู้เสียหายอีกเป็นจำนวนมาก หลังจากนี้ทีมงานตำรวจไซเบอร์ก็จะได้ทำการสืบสวนขยายผล หาตัวคนที่แอบถ่ายต่อไป

สาเหตุที่ต้องออกมาโพสต์ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการให้พี่ๆน้องๆนักแสดง และทุกๆ คนได้ทราบ เพราะเหตุเกิดในสถานที่ๆ นักแสดงต้องไปทำงานเป็นประจำ จึงอยากให้ได้ระมัดระวังกันมากขึ้น รวมถึงออกมาเตือนภัยทุกๆ คน เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับใครอีก

ทั้งนี้ ขอเตือนไปยังกลุ่มมิจฉาชีพที่มีพฤติกรรมในการเผยแพร่ สื่อลามกอนาจารในลักษณะนี้ เป็นความผิดตามกฎหมายอาญา และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ แต่หากเป็นการกระทำต่อเด็ก อาจเข้าข่ายเป็นความผิดบทหนัก ที่มีโทษจำคุก ตั้งแต่ 3-10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000 - 200,000 บาท

6


นางสุนทรี จรรโลงบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในครึ่งปีหลังมีโอกาสปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เนื่องจาก บริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดี รวมไปถึงมีการมุ่งเน้นเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะสินค้าประเภทป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มลูกค้า ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับบริษัทฯมีการขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯในรูปแบบออนไลน์ถูกกฎหมายเชื่อถือได้ เพื่อให้ลูกค้าได้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ของTM ได้ง่ายขึ้น ผ่านช่องทางwww.tmcare-shop.com , FacebookPage https://www.facebook.com/TMCARESHOP/ และ [email protected] : @tmcareshop อาทิ เจลล้างมือ PURELL , หน้ากาก Life 3D Surgical Mask , ชุด PPE , แผ่นเช็ดทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ V-Wipes , Fresh & Clean 3 in1 สเปรย์ปรับอากาศฆ่าเชื้อโรค (Callington) , น้ำยาฆ่าเชื้อNetbiokem และ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ KOYO เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์ใช้สำหรับควบคุมการไหลของออกซิเจน (Oxygen High Flow) เครื่องผลิตออกซิเจนในความเข้มข้นที่สูง (Oxygen Concentrator) ซึ่งปัจจุบันมีความต้องการมาก ในการดูแลผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 รวมไปถึงเครื่องฟอกอากาศ ดักจับฝุ่นป้องกันเชื้อโรค พร้อมกันนี้บริษัทฯ มีแผนในการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสฯที่เตรียมเจาะตลาดเพิ่มเติม อาทิ สเปรย์พ่นจมูก (TAFFIX) สมุนไพรฟ้าทะลายโจร และกระชายขาว ซึ่งทุกผลิตภัณฑ์ที่TM เป็นตัวแทนการจัดจำหน่ายอยู่ในกลุ่มประเภทป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ทั้งสิ้น โดยจะเห็นได้ว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มดังกล่าวยังดีมานด์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจากแผนกลยุทธ์ในข้างต้น เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพการปรับตัวทางธุรกิจของTM ที่สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน                    


ขณะเดียวกัน TM ยังได้รับปัจจัยหนุนจากยอดขายชุดตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 (Antigen test kit) ที่บริษัทฯได้เริ่มจำหน่ายมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งในแบบ professional use และ  home use ให้กลุ่มโรงพยาบาล ทั้งโรงพยาบาลรัฐบาลและโรงพยาบาลเอกชน รวมถึงกลุ่มสมาคมร้านขายยาเวชภัณฑ์ และ กลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ ทำให้ยอดออเดอร์ Antigen test kit ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน มีดีมานด์พุ่งสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ในไตรมาส3/2564 บริษัทฯมีรายได้จากยอดขายเข้ามาอย่างชัดเจน 

 จากปัจจัยบวกในข้างต้นส่งผลให้บริษัทฯมั่นใจว่า ภาพรวมTM ตั้งแต่ในไตรมาส3/2564 มีโอกาสปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน พร้อมยังคงตั้งเป้าอัตราการเติบโตในปี2564 ที่ 700 ล้านบาทตามแผนที่วางไว้ ขณะเดียวกันบริษัทฯยังคงเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำและตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ครบวงจรระดับต้นๆของประเทศ

7
 คนท้องควรกิน Low GI ข้าวออแกนิกที่มีโภชนาการสูงปลอดสารพิษ ข้าวทุ่งกุลาร้องไห้ แท้ 100%
ข้าวออร์แกนิกปลอดสารแท้ 100%ข้าวเพื่อสุขภาพ   ข้าวออแกนิคสำหรับทารกส่งทั่วไทย #ข้าวออแกนิค หรือ #ข้าวออร์แกนิค หรือ #ข้าวออร์แกนิก หรือ "#ข้าวเกษตรอินทรีย์"  (#OranicRice)
ข้าวออแกนิค หรือ ข้าวออร์แกนิค หรือ ข้าวออร์แกนิก (#OranicFood) หรือเรียกง่ายๆเป็นภาษาไทยว่า "ข้าวเกษตรอินทรีย์" หรือ "ข้าวอินทรีย์" /  ข้าวมะลินิลออแกนิคสำหรับทารก คือ ข้าวที่ผ่านการผลิตทางการเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมี หรือวัตถุสังเคราะห์ใด ๆ ทั้งสิ้น (รวมไปถึงเมล็ดพันธุ์ ข้าวที่ไม่ตัดต่อทางพันธุกรรม) กระบวนการผลิตข้าวไม่มีการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช ก่อนการปลูกข้าวจะต้องเตรียมหน้าดินก่อนด้วยวิธีธรรมชาติ ทุกขั้นตอนการผลิตข้าวจะไร้สารปนเปื้อนที่เกิดมนุษย์ จะไม่ผ่านการฉายรังสี ไม่เพิ่มเติมสิ่งปรุงแต่งลงไปในข้าว 




  ข้าวกล้องหอมมะลิอินทรีย์สุรินทร์ข้าวออแกนิค หรือ ข้าวออร์แกนิค หรือ ข้าวออร์แกนิก หรือ "ข้าวเกษตรอินทรีย์"  (Oranic Rice)   ข้าวกล้องเกษตรอินทรีย์หอมมะลิ คืออะไร?
1. ส่วนประกอบทุกอย่างล้วนมากจากธรรมชาติ โดยข้าวออแกนิคจะไม่มีการใช้สารสังเคราะห์ใด ๆ ในการเพาะปลูก ข้าวปะกาอำปึลเลย ข้าวก็จะถูกปลูกและเจริญเติบโตมาด้วยอาหารจากธรรมชาติล้วน ๆ ส่วนข้าวก็จะเป็นการปลูกในนา ไม่ใส่วัตถุสังเคราะห์ใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยวิทยาศาสตร์ และสารเคมีหรือยาฆ่าแมลง ใช้แต่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกจากธรรมชาติในการเพาะปลูกข้าว ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวที่นำมาเพาะปลูกจะต้องไม่มีตัดต่อพันธุกรรม และต้องมีการเตรียมหน้าดินก่อนการเพาะปลูกข้าวด้วยวิธีธรรมชาติ คือ จะต้องทำให้ปลอดสารพิษไม่น้อยกว่า 3 ปี เหล่านี้จึงเรียกได้ว่าเป็นการสร้างอาหารแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง 100% มีกลิ่นหอมตามแบบธรรมชาติ ทุกขั้นตอนในการปลูกข้าวและการแปรรูปข้าวจะต้องอยู่ในมาตรฐานที่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานต่าง ๆ ส่วนประกอบทุกอย่างจึงสะอาดบริสุทธิ์ ไม่มีสารพิษตกค้างหรือสารก่อมะเร็ง
2. ข้าวออแกนิคจะไม่มีการใช้สารเคมีใด ๆ เลย ส่วนประกอบทุกอย่างจะต้องมาจากธรรมชาติ เพราะถ้ามีการใช้สารเคมีก็จะไม่ถือว่าเป็นข้าวออแกนิค ซึ่งการไม่ใช้สารเคมีที่ว่านั้นหมายถึง การไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี 
3. ไม่ก่อให้เกิดมลพิษในกระบวนการปลูก  ข้าวหอมมะลิแดงสุขภาพ เพราะข้าวออแกนิคนั้น นอกจากจะมุ้งเน้นให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีแล้ว จุดประสงค์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการช่วยลดมลพิษให้กับธรรมชาติ เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการใช้สารเคมีต่าง ๆ เช่น ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี หรือสารเร่งการเจริญเติบโตต่าง ๆ นั้นจะก่อให้เกิดสารพิษตกค้างในดิน ในน้ำ และในอากาศ ซึ่งกว่าจะย่อยสลายไปได้บางทีก็อาจใช้ระยะเวลาเป็นสิบ ๆ ปี ซึ่งวิธีการปลูก  ข้าวกล้องอินทรีย์หอมมะลินิล แบบธรรมชาตินี้เองจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยฟื้นฟูธรรมชาติที่เสียไป เพราะนอกจากจะได้รับประทานข้าวที่ปลอดสารพิษแล้ว ยังช่วยลดมลพิษต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย

ข้าว Hor.Boutique ข้าวอินทรีย์สุรินทร์   ข้าวกล้องหอมมะลิแดงออแกนิค
277 หมู่ 14 ถ.พิชิตชัย ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000
โทร. 092-8245655
website : https://xn--22c6bf3bcuv6dva2b1ntb.com/
Line: @Hor.Boutique

เรามีข้าวอินทรีย์ 7 ประเภทครับ
1.  ข้าวกล้องหอมมะลิอินทรีย์
2.  ข้าวกล้องหอมมะลิสุขภาพ
3.  ขายข้าวปะกาอำปึลอินทรีย์
4. ข้าวผสมหลายสายพันธุ์ปลอดสารพิษสุรินทร์
5. กลุ่มข้าวกล้องหอมมะลิแดงอินทรีย์6.  ข้าวกล้องหอมมะลินิลorganic7. ข้าวไรซ์เบอร์รี่ออแกนิคคือ


#ข้าวออร์แกนิกสุรินทร์  #ข้าวออแกนิคสุรินทร์  #ข้าวออแกนิกสุรินทร์   #ข้าวอินทรีย์สุรินทร์  #ข้าวสุขภาพสุรินทร์
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

8


นายกวิน เหตระกูล ผู้บริหาร ทวิน ไพน์ กรุ๊ป ในฐานะที่ปรึกษาในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัท ผลิต-ไฟฟ้าลาว (มหาชน) หรือ EDL-Gen เปิดเผยว่า EDL-Gen เตรียมเปิดขายหุ้นกู้ชุดที่ 2/2564 จำนวน 2 รุ่น อายุ 3 ปี และ 4 ปี โดยมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.90% และ 6.50% วงเงินรวมกันไม่เกิน 3,700 ล้านบาท ให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 20-22 กันยายนนี้  

ทั้งนี้ เป็นโอกาสของนักลงทุนที่ได้มีส่วนร่วมกับการเติบโตของอุตสาหกรรมพลังงานในภูมิภาคอาเซียน โดย EDL-Gen เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดรายใหญ่ใน สปป.ลาว ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงด้วยรายได้มั่นคงจากสัญญาขายไฟฟ้าระยะยาวการันตีรายได้ 20-30 ปี ได้รับประโยชน์จาก MOU กับประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมาร์

"ด้วยชื่อชั้นของ EDL-Gen เชื่อมั่นว่าหุ้นกู้ชุดดังกล่าวจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนอย่างแน่นอน"

สำหรับหุ้นกู้ EDL-Gen ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัททริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2564 ที่อันดับ BBB- โดยบริษัทฯ ถูกกฎหมายเชื่อถือได้มีพื้นฐานธุรกิจที่มั่นคงจากประสบการณ์การดำเนินธุรกิจมายาวนาน และมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนพลังงานสะอาดใน สปป.ลาว

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำได้พิสูจน์ถึงความมั่นคงที่สะท้อนผ่านผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของ EDL-Gen ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบโควิด-19 รวมถึงการเติบโตที่ดีในปีนี้จากปัจจัยเกื้อหนุนของสภาพอากาศ พร้อมรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำจากเขื่อนน้ำงึม 2 (Nam Ngum 2) และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำไซยะบุรี (Xayaburi) เป็นผลให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ EDL-Gen ขยายตัวได้ดี และมีหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำ ทำให้ฐานะทางการเงินแข็งแรง สนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯได้เป็นอย่างดี

9


เตือนเก็งกำไรบาท หลังเห็นสัญญาณต่างชาติ แห่ลงทุนบอนด์ระยะสั้น ฉวยจังหวะเก็งกำไรค่าเงิน หลังรัฐบาลส่งสัญญาณคลายล็อกดาวน์ จากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลง “ยูโอบี-กรุงไทย” คาดสิ้นปี บาทอ่อนแตะ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน เงินบาทอ่อนค่าไปแล้ว 8.9% (เทียบจาก 29.95 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ สิ้นปีก่อนกับ 32.89 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ 14 กันยายน 2564) ซึ่งตลาดยังมองทิศทางบาท มีโอกาสอ่อนค่าอีกในช่วงที่เหลือของปี 

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุ  ยอดคงค้างพันธบัตรไทยถูกกฎหมายเชื่อถือได้ในมือของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น 117,362 ล้านบาท จากช่วงสิ้นปีก่อนที่ 8.57 แสนล้านบาทมาอยู่ที่  9.75 แสนล้านบาท ณ 13 กันยายน  2564 และหากเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน นักลงทุนต่างชาติลดการถือครองพันธบัตรไทย 8.5 แสนล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิในหุ้น 79,418 ล้านบาท จากปีก่อนขายสุทธิ 264,386 ล้านบาท

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ธนาคาร ยูโอบีเปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ช่วง 9 เดือนปีนี้ หากมองในแง่ความมั่งคั่งของคนไทยที่ถือเงินบาทลดลงแล้ว 8.9% ถือว่าแย่ที่สุด เมื่อกับสกุลเงินในเอเชีย หรือในมุมมองต่อผู้ประกอบการหรือประกอบธุรกิจ ถ้าปล่อยให้ค่าเงินบาทผันผวนขนาดนี้ ก็โดนค่าเงินกินหมด

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ธนาคาร ยูโอบี
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ธนาคาร ยูโอบี


โดยเฉพาะผู้นำเข้าที่ต้องซื้อสินค้าแพงขึ้น  บวกราคาอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่านค่าและราคาน้ำมันปรับเพิ่ม รวมทั้งสินค้าต้นทุน ค่าขนส่ง ทุกอย่างแพงหมดโดยไม่รู้จะขายสินค้าออกหรือไม่ เพราะเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวและกำลังซื้อในประเทศแย่ลง  ขณะที่ปัจจุบันยังไม่เห็นปัจจัยบวก เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจ  ตลาด และดอกเบี้ยไม่อยู่ในระดับสูงจนเป็นที่น่าสนใจ

 

ขณะที่ปัจจุบันยังไม่เห็นปัจจัยบวก ไม่ว่าเศรษฐกิจ ตลาดและดอกเบี้ยไม่อยู่ในระดับสูงจนเป็นที่น่าสนใจ แต่พบว่า นักลงทุนเข้ามาซื้อพันธบัตรไทยในช่วงที่เงินบาทอ่อนค่าที่สุดในเอเชีย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเห็นการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนไทย จากการเข้าซื้อบอนด์ระยะสั้น อายุต่ำกว่า 1 ปี

 

“เงินบาทจะมีแรงเก็งกำไรมาก เพราะเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่าที่สุดในปีนี้ ส่วนโฟลว์ที่เข้ามาอาจอยู่กับเราไม่นาน เพราะดอกเบี้ยและยีลด์เราต่ำติดอันดับต้นๆ ของเอเชียเช่นกัน เงินบาทระยะสั้น จึงมองว่า ยังมีโอกาสอ่อนค่าต่อได้อีกคาดว่า สิ้นปีเห็น 33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ” นายจิตติพลกล่าว

 

สอดคล้องกับนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคาร กรุงไทยกล่าวว่า ช่วงเดือนมิถุนายนถึง 23 สิงหาคม เงินบาทอ่อนค่าราว 6.5% จากดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่ามากประมาณ 4% บางช่วง จึงเห็นนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้น 23,000 ล้านบาท แต่เข้าซื้อบอนด์ประมาณ 59,000 ล้านบาท ทำให้สุทธิยังเห็นโฟลว์ขาเข้า

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย

หลังจากช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม รัฐบาลส่งสัญญาณจะผ่อนคลายล็อกดาวน์ นักลงทุนเข้ามาซื้อบอนด์ 31,800 ล้านบาท และซื้อหุ้น 16,600 ล้านบาท สะท้อนเก็งกำไรในบอนด์ระยะสั้น บางวันนักลงทุนซื้อบอนด์ 2 หมื่นล้านบาท แต่หลังจากผ่อนคลายล็อกดาวน์ นักลงทุนมองเงินบาทน่า จะแข็งค่า 32.25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จึงเริ่มเห็นการขายทำกำไรบอนด์ระยะสั้นวันละ 2,000-3,000 ล้านบาท

 “หลังจากนี้โฟลว์ที่เข้ามาเก็งกำไรเท่าไร ก็จะไหลออกเท่านั้น หากแนวโน้มจะเกิดการระบาดระลอกใหม่ อาจจะเห็นเงินบาทเคลื่อนไหวที่ระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ” นายพูน กล่าว

 

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน นักลงทุนต่างชาติมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทย 115,000 ล้านบาท จากการคลายความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และจะมีการปรับลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ส่งผลให้เงินไหลกลับเข้ามาอีกครั้ง ซึ่งในระยะต่อไปยังต้องติดตามความชัดเจนของเวลาที่จะลดคิวอี และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งคาดว่า จะยังไม่ปรับขึ้นในปีนี้

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

อย่างไรก็ตาม การไหลกลับเข้ามาของกระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการเข้าซื้อจากค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม  ซึ่งมีส่วนหนึ่งเข้าซื้อในตราสารหนี้ระยะสั้นจากการที่นักลงทุนจะได้กำไรจากค่าเงิน แต่ส่วนใหญ่ยังคงเข้าซื้อในตราสารหนี้ระยะยาว จากสถานการณ์ต่างๆ ที่เริ่มคลี่คลาย นอกจากนี้ ในระยะสั้นยังต้องติดตามปัจจัยในประเทศ จากปริมาณพันธบัตรรัฐบาลในการกู้เงินต่างๆ โดยจะมีผลกับอัตราผลตอบแทนระยะยาว

 

หน้า 1 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 41 ฉบับที่ 3,714 วันที่ 16 - 18 กันยายน พ.ศ. 2564

10


โควิด-19 ที่แพร่ระบาดหลายระลอก ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยตรง ซึ่ง “ไกด์” นับเป็นคนกลุ่มแรกๆ ที่ต้องประสบปัญหา นักท่องเที่ยวที่หดหาย-รายได้ลดลงจนแทบเป็นศูนย์ ยาวนานมากว่า 2 ปี

"อัคเรศ ผัดวงศ์" ไกด์ภาษาอังกฤษวัย 48 ปี ว่าที่อุปนายกสมาคมมัคคุเทศก์ จ.เชียงราย ที่อยู่ในวงการนำเที่ยวมานานกว่า 24 ปี และต้องตกงานชั่วข้ามคืนเช่นเดียวกับไกด์คนอื่นๆ สะท้อนถึงปัญหาและการปรับตัวรวมทั้งข้อเสนอเพื่ออนาคตไกด์ ว่าตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ทำงานนำเที่ยว พบว่านักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยวไทยมาก เพราะเรามีทุนธรรมชาติที่งดงาม วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ฯลฯ ที่เป็นเอกลักษณ์

โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคม-มกราคม ของทุกปีถือเป็นฤดูท่องเที่ยวหรือไฮด์ซีซั่น ที่มีนักท่องเที่ยวทะลักมากันมากมาย ทำให้ไกด์กลายเป็นกลไกสำคัญของวงการท่องเที่ยว กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับผู้ที่ทำงานนี้ ทั้งแบบที่เป็นพนักงานประจำ-ไกด์อิสระหรือฟรีแลนซ์

“ตนทำงานไกด์มาตั้งแต่ปี 2540 เคยเป็นฟรีแลนซ์ ล่าสุดสังกัด "เชียงใหม่ดิสคัฟเวอรี่ทัวร์" ได้พานักท่องเที่ยวไปทั่วเชียงราย และเชียงใหม่ รวมทั้งบางจังหวัดในภาคเหนือ โดยที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าจะต้องมาตกงานภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน”

อัครเรศ กล่าวอีกว่าวิกฤติของธุรกิจไกด์เริ่มตั้งเค้าเมื่อต้นปี 2563 ขณะเริ่มมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลกทำให้มีการเลื่อนโปรแกรมกลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะมาจากต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศอิตาลี แต่การระบาดรอบที่ 1-2 ก็ยังพยุงสถานการณ์ให้ผ่านพ้นมาได้ กระทั่งมีการระบาดรอบที่ 3 ตั้งแต่เดือน เม.ย.64 เป็นต้นมา นักท่องเที่ยวหายไปหมดทำให้ตนต้องออกจากการเป็นไกด์และเพื่อนร่วมอาชีพจำนวนมากก็ต้องตกงานทันที

ซึ่งในช่วงแรกก็รู้สึกตกใจกันมาก เพราะเคยทำงานหนักโดยเฉพาะไฮด์ซีซั่นแทบไม่มีเวลาพักกลับกลายเป็นคนไม่มีงานทำ แต่ก็รีบปรับตัว ตนรีบกลับไปบ้านย่านสวนตุงและโคมนครเชียงรายใจกลางเมืองเชียงราย แล้วหันมาตั้งแผงขายอาหารเพื่อหวังขายให้ผู้คนที่เคยพลุกพล่านในตัวเมืองทั้งน้ำเงี้ยว ข้าวโพด น้ำแข็งไส ลูกชิ้น หม่าล่า ฯลฯ แต่ทุกคนต่างได้รับผลกระทบจากโควิด-19 กันหมดทำให้ไม่มีคนซื้อ บางครั้งหันไปทำธุรกิจให้เช่าพระเครื่องก็ไม่ประสบความสำเร็จอีก

"เคยคิดไปสมัครแกร็ปฟู๊ดแต่เราคงขี่รถจักรยานยนต์เร็วๆ ไปส่งอาหารไม่ได้ และงานหลายๆ อย่างที่ดูในเว็บไซต์ก็ไม่รับคนที่อายุมากเกิน 45 ปีขึ้นไป ทำให้ไกด์ที่ทำงานมานานต่างประสบปัญหาเหมือนกันหมด พอดีพี่รู้จักกับเครือข่ายจึงได้รับการชักชวนให้ไปทำงานมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน ฯลฯ ให้ไปช่วยงานสำรวจข้อมูล จัดทำแบบสอบถาม อบรมพิเศษ ฯลฯ ทำให้มีงานเข้ามาเป็นช่วงๆ ล่าสุดได้งานด้านเอกสารการรถไฟมาได้ 1 เดือนกว่าแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะได้ทำอีกนานแค่ไหน

ปัจจุบันสมาคมมัคคุเทศน์ จ.เชียงราย มีสมาชิกประมาณ 140 คน และในวงการณ์ไกด์คาดว่ามีอยู่รวมกันทั้งจังหวัดไม่น้อยกว่า 300 คน มีทั้งไกด์ภาษาอังกฤษ จีน เยอรมัน อิตาลี รัสเซีย ฯลฯ ซึ่งเดิมแต่ละคนมีรายได้แตกต่างกันไป บางคนได้เงินเดือนจากบริษัท บางคนเป็นฟรีแลนช์ได้เฉพาะเบี้ยเลี้ยงรายวัน เฉลี่ยกรณีนำนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวด้วยรถตู้ 1 คัน ไกด์จะได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 800 บาท หากเป็นรถบัสก็ได้ 800-1,500 บาท

แต่เมื่อมีวิกฤติโควิด-19 อาชีพนี้กลับไม่มีระบุว่าจะได้รับการเยียวยาเป็นการเฉพาะ บางคนไม่มีแม้แต่ประกันสังคมมาตรา 33 หรือแม้แต่มาตรา 39 ทำให้หลายคนหันไปทำอาชีพอื่น บางคนค้าขาย ทำการเกษตร ฯลฯ ไปคนละทิศละทาง

ดังนั้นจึงอยากเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือผู้ประกอบวิชชีพนี้ด้วย เพราะประเทศไทยมีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว มีไกด์เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการพัฒนา แต่เมื่อเกิดวิกฤติขึ้นไกด์แต่ละคนต่างประสบกับความทุกข์ยาก อยากเรียกร้องให้หน่วยงานองค์กรภาครัฐต่างๆ ได้มีโครงการจัดฝึกอบรมหรือกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่นำเอาความสามารถจากศาสตร์เฉพาะด้านของไกด์ไปใช้ประโยชน์ เช่น จัดฝึกอบรมภาษาและวัฒนธรรมต่างประเทศ ให้ผู้ประกอบอาชีพนี้เข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือเงินกู้ ฯลฯ ช่วยให้ไกด์สามารถอยู่รอดได้จนกว่าวิกฤติโควิด-19 จะผ่านพ้นไปและพวกเราคาดหวังจะกลับมาขับเคลื่อนการท่องเที่ยวได้อีก

11


ความเคลื่อนไหวการแข่งขันเทนนิสชิงแชมป์โลก ประเภททีมชาย รายการ 'เดวิส คัพ บาย ราคูเท็น 2021' เวิลด์กรุ๊ป 2 รอบแรก ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติเดนมาร์ก ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ย.2564 แข่งขันฮาร์ดคอร์ท ณ ซิดแบงก์ อารีน่า เมืองคอเลง ประเทศเดนมาร์ก ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา 5 นักเทนนิสชายทีมชาติไทย ได้แก่ 'จูเนียร์' วิชยา ตรงเจริญชัยกุล, 'เน็ต' พลภูมิ โควาพิทักษ์เทศ, 'บูม' กษิดิศ สำเร็จ, 'สอง' ยุทธนา เจริญผล และ 'แซค' ฐานทัพ สุขสำราญ ได้ลงสนามฝึกซ้อมเป็นวันสุดท้าย ก่อนทำการแข่งขันกับนักหวดหนุ่มเดนมาร์ก วันที่ 17 ก.ย.เป็นวันแรก

ดร.ธนากร ศรีชาพันธุ์ กัปตันทีมเดวิสคัพไทย กล่าวว่า ตนและพันเอก วัฒนา จันทร์ไพจิตต์ ผู้จัดการทีม ได้ประชุมกัปตันทีม ร่วมกับ อิบัน มาร์ติเนซ บาร์เรโด้ ผู้ตัดสินชี้ขาดสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) ชาวสเปน และ เฟรเดริก นีลเซ่น กัปตันทีมเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ในการประชุมมีเรื่องการส่งชื่อนักกายภาพบำบัด กัปตันทีม และผู้สนับสนุนของทีมไทย ที่เหลือเป็นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายชื่อนักกีฬาทั้ง 2 ทีม ที่จะต้องส่งว่านักกีฬาคนใดจะลงแข่งขันในประเภทไหน รวมทั้งรายละเอียดเรื่องสิ่งที่ทีมไทยต้องการ

'ทุกอย่างโดยภาพรวม ทางเจ้าภาพได้เตรียมพร้อมให้ตามระบบของการเป็นเจ้าภาพเดวิสคัพ นอกจากนั้นถ้ามีอะไรทางผู้ตัดสินก็ให้ติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลา ทั้ง 2 ทีมไม่มีปัญหาอะไร ด้านการจัดตารางซ้อมในวันแข่งขันจริงก็มีการจัดเอาไว้แล้ว' ดร.ธนากร กล่าว

บูม กษิดิศ สำเร็จ
บูม กษิดิศ สำเร็จ

กัปตันทีมเดวิสคัพไทย กล่าวว่า ทีมไทยต้องส่งชื่อนักกีฬาในประเภทเดี่ยวและคู่ ตามกำหนดการของพิธีจับสลากประกบคู่แข่งขัน โดยทีมไทยได้วางตัวนักกีฬาไว้แล้ว ในประเภทชายเดี่ยว มือหนึ่งคือ 'จูเนียร์' วิชยา ตรงเจริญชัยกุล ส่วนมือสองคือ 'บูม' กษิดิศ สําเร็จ ด้านประเภทชายคู่ วิชยา จับคู่กับ 'เน็ต' พลภูมิ โควาพิทักษ์เทศ

'สำหรับการวางตัวผู้เล่นในครั้งนี้ เราได้มีการประชุมพูดคุยกับนักกีฬาเพื่อตัดสินใจร่วมกันว่าจะส่งใครลงเล่น ซึ่งก็ออกมาตามรายชื่อดังกล่าวของทีมเดวิสคัพไทย ในการแข่งขันพบกับ ทีมเดนมาร์ก วันที่ 17-18 ก.ย.'

ด้าน พันเอก วัฒนา จันทร์ไพจิตต์ ผู้จัดการทีมไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติเดนมาร์ก ยังไม่เคยพบกันในศึกเดวิส คัพ มาก่อน และตามโปรแกรมการแข่งขัน วันที่ 17 ก.ย.2564 เริ่มแข่งขัน เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง เป็นการแข่งขันประเภทเดี่ยวสลับมือ จำนวน 2 คู่ จากนั้นวันที่ 18 ก.ย. แข่งขันเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เริ่มจากประเภทคู่ จำนวน 1 คู่ และตามด้วยประเภทเดี่ยวชนมือ จำนวน 2 คู่ โดยจะแข่งขันกันในระบบ ชนะ 2 ใน 3 เซต

12


นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด บริษัทในเครือ SINGER เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทฯ ได้จับมือกับออโรร่า (Aurora) ผู้นำธุรกิจค้าทองคำและเครื่องประดับเพชร ภายใต้ บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด ร่วมเปิดตัวบริการ “CLICK2GOLD” ผ่อนทองสะดวก รับทองสบาย บนแพลตฟอร์มไลน์ (LINE) เนื่องจากเป็นสินค้าที่กลุ่มลูกค้าทั่วไปต้องการ เพราะเป็นเครื่องประดับที่คนไทยนิยมซื้อไว้เพื่อสวมใส่ ควบคู่กับเป็นการเก็บออมทรัพย์สินและการลงทุน โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยืดเยื้อเป็นเวลานาน ส่งผลให้ในช่วงที่ผ่านมาคนไทยหันมาให้ความสำคัญต่อการเก็บออมและการลงทุน เพื่อตั้งรับกับความเสี่ยงจากวิกฤตต่างๆ ที่คาดไม่ถึง 



“ทองรูปพรรณ” ยังเป็นอีกหนึ่งของเก็บออมและการลงทุนที่คนไทยให้ความนิยม เนื่องจากสามารถใช้เป็นเครื่องประดับ เก็งกำไรเพื่อการลงทุน รวมทั้งเปลี่ยนเป็นเงินทันทีได้อีกด้วย โดยเลือกให้บริการ “CLICK2GOLD” ทาง LINE เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคออนไลน์ ซึ่งจากรายงาน Global Digital Report 2021 ของ We Are Social และ Hootsuite ระบุว่า วิกฤตโควิด-19 เป็นปัจจัยเร่งให้คนไทยกว่า 69% เข้าไปอยู่ในโลกออนไลน์ โดยคนไทยชอปปิ้งออนไลน์ติดอันดับ 4 ของโลก นอกจากนี้มีคนไทยมากถึง 50 ล้านคนเป็นผู้ใช้งาน LINE

อย่างไรก็ดี เอสจี แคปปิตอล นับเป็นอีกหนึ่งบริษัทในเครือซิงเกอร์ที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ 50% และในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีพอร์ตสินเชื่อจำนวน 8,569 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 29.8% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 โดยพอร์ตหลักเป็นพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) 4,636 ล้านบาท ส่วนพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ (Hire purchase) อยู่ที่ 3,933 ล้านบาท การเปิดให้บริการเช่าซื้อใหม่ในกลุ่ม “ทองคำ” เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การสร้างความเติบโตที่ยั่งยืนภายใต้วิสัยทัศน์ “ก้าวสู่ยุคใหม่ธุรกิจสินเชื่อซิงเกอร์” โดยในปี 2564 นี้บริษัทฯ ตั้งเป้ามีพอร์ตสินเชื่อทุกกลุ่มรวม 10,000 ล้านบาท พร้อมกับมีแผนขยายบริการสินเชื่อทุกกลุ่มบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและกระจายสินค้ารวมทั้งบริการให้เข้าถึงมือผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น



นายอนิพัทย์ ศรีรุ่งธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัวบริการ “CLICK2GOLD” ผ่อนทองสะดวก รับทองสบาย บนแพลตฟอร์ม LINE ร่วมกับเอสจี แคปปิตอล บริษัทในเครือ SINGER เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าเข้าสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ มากขึ้น โดยลูกค้าสามารถซื้อทองได้ง่ายขึ้นแม้มีรายได้น้อย หรือไม่มีเงินก้อน ช่วยให้ทุกคนสามารถเลือกผ่อนทองได้ตามกำลังที่เหมาะสม และเป็นหนึ่งในแผนการขยายช่องทางออนไลน์ของบริษัท เนื่องจากช่องทางขายดังกล่าวสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตลอดเวลา ใช้งานสะดวกรวดเร็ว ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดทองคำของออโรร่า

“ปัจจัยที่ส่งผลให้คนไทยหันมาผ่อนทอง เนื่องจากราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการซื้อทองคำด้วยเงินสดที่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ๆ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวที่ผู้บริโภคต้องรัดเข็มขัดในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่จึงมองหาการวางแผนทางการเงินที่ยืดหยุ่น ปรับ เพิ่ม ลด วงเงินในการจ่ายค่าสินค้าได้ สอดรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน ที่มีน้อยจ่ายน้อย ช่วงไหนมีมากก็จะจ่ายมากขึ้นได้ ประกอบกับวิธีการผ่อนยังช่วยลดความเสี่ยงด้านราคาทองในแต่ละช่วงเวลาได้เป็นอย่างดี” นายอนิพัทย์กล่าว



นางสาวบุษบา กุลศิริธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด บริษัทในเครือ SINGER กล่าวเพิ่มเติมว่า บริการ “CLICK2GOLD” ผ่อนทองสะดวก รับทองสบาย ภายใต้ความร่วมมือกับ ออโรร่า มุ่งตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคทุกระดับ ทั้งลูกค้าปัจจุบันของ SINGER ซึ่งประกอบอาชีพค้าขาย เกษตรกร ลูกจ้างรายวัน และผู้ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ปัจจุบันมีฐานข้อมูลเกินกว่าหนึ่งล้านราย และกลุ่มนิวเจเนอเรชัน ที่เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือฟรีแลนซ์ นักเรียน นักศึกษา กลุ่มคนรุ่นใหม่ประกอบอาชีพบนออนไลน์ เช่น ยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ โดยคนกลุ่มนี้เป็นผู้มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ ไม่สามารถเข้าสู่ระบบสินเชื่อทั่วไป ไม่มีบัตรเครดิตหรือบัตรผ่อนสินค้าอื่นๆ ไม่มีใบรับรองเงินเดือน ในขณะที่คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการจัดสรรเงินเพื่อผ่อนชำระสินค้าได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของทองคำสำหรับเป็นเครื่องประดับ หรือเป็นการเก็บออม รวมทั้งเป็นการลงทุนได้ง่ายขึ้น เพียงมีบัตรประชาชนใบเดียวก็สามารถเลือกผ่อนทองตามขนาดและระยะเวลาการผ่อนชำระที่เหมาะสมและยืดหยุ่น ผ่านช่องทาง LINE Official: SINGERCONNECT ง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรก “ซื้อ” สามารถกดดูราคา เลือกทอง และชำระค่าบริการ ขั้นตอนที่ 2 “ผ่อน” ชำระค่างวด ตรวจสอบการผ่อน ตรวจสอบสถานะสัญญา เมื่อผ่อนครบก็สามารถกดรับทอง ขั้นตอนที่ 3 “รับ” ตรวจสอบขั้นตอนการรับทอง และยืนยันตัวตนเพื่อรับทองคำที่ร้านทองออโรร่าใกล้บ้านกว่า 220 สาขาทั่วประเทศ

ทั้งนี้ บริการ “CLICK2GOLD” ผ่อนทองสะดวก รับทองสบาย ให้บริการผ่อนทองขั้นต่ำเพียง 450 บาท/เดือน โดยสามารถเลือกผ่อนชำระได้นานตั้งแต่ 6 เดือน ไปจนถึงสูงสุด 24 เดือน โดยใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวสำหรับสมัครเพื่อผ่อนชำระทอง ตั้งเป้ามีผู้ใช้บริการ “CLICK2GOLD” จำนวน 10,000 ราย คิดเป็นพอร์ตสินเชื่อจำนวน 100 ล้านบาท

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ “CLICK2GOLD” ผ่อนทองสะดวก รับทองสบาย โทร. 0-2234-7171 และเพิ่มเพื่อนเพื่อใช้บริการได้ที่ LINE Official: SINGERCONNECT หรือ https://line.me/R/ti/p/%40444yqxoe
URL
 

13


ผู้สูงอายุบ้านวังเกาะเหล็ก ตำบลลำพาน เมืองน้ำดำ รวมกลุ่มทำไม้ปิ้งไก่ส่งขาย บางครอบครัวทำเงินวันละ 1,000-2,000 บาท ทำกันมานานกว่า 30 ปี เผยโรคโควิด-19 ระบาดไม่ส่งผลกระทบแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามอาจจำใจหันไปทำอาชีพอื่นแทนหาก “ไม้ไผ่จีน” วัตถุดิบทำไม้ปิ้งไก่ขาดแคลนแก้ไม่ได้

ปัญหาการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 ทำให้แทบทุกอาชีพยกเว้นภาคราชการและรัฐวิสาหกิจได้รับผลกระทบมากน้อยต่างกัน จำนวนไม่น้อยต้องตกงานขาดรายได้ แต่ก็มีกลุ่มอาชีพหลายประเภทที่ไม่ได้รับความเดือดร้อน อย่างกรณีผู้สูงอายุชาวบ้านวังเกาะเหล็ก หมู่ 2 ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ และลูกหลาน ที่รวมกลุ่มกันนำไม้ไผ่มาทำไม้ปิ้งไก่หรือไม้คีบปิ้งไก่ส่งให้แม่ค้า-พ่อค้า สามารถสร้างรายได้จุนเจือเลี้ยงดูครอบครัวในช่วงนี้เป็นอย่างดี

นางสมหมาย บุญเสนาะ อายุ 68 ปี ชาวบ้านวังเกาะเหล็ก บอกว่า ครอบครัวตนประกอบอาชีพทำไม้ปิ้งไก่มานาน ซึ่งเป็นอาชีพเสริมในช่วงว่างเว้นจากการทำนา โดยใช้เวลาว่างนำไม้ไผ่ที่ปลูกตามหัวไร่ปลายนา มาทำไม้สำหรับปิ้งไก่ขาย ก่อนที่จะมีแม่ค้าที่ตลาดในตัวจังหวัดและต่างอำเภอมาสั่งซื้อ ทำให้มีรายได้เฉลี่ยวันละ 1,000-2,000 บาท สามารถส่งเสียลูก 3 คนเรียนหนังสือจนจบ รวมทั้งส่งงวดรถ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้อย่างสบายตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา โดยชาวบ้านและลูกค้าขาประจำที่สั่งซื้อไม้ปิ้งไก่ตั้งฉายาให้ตนว่า “แม่สมหมายไม้ปิ้งไก่”

นางสมหมายกล่าวว่า หลังจากที่ทำไม้ปิ้งไก่ติดตลาด มีแหล่งรับซื้อชัดเจน ก็มีออเดอร์เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ทั้งมีแม่ค้าขายไก่ปิ้งและแม่ค้าคนกลางมารับซื้อไปส่งขายทั่วไป ทำให้ตนและสมาชิกในครัวเรือนทำไม่ทัน จึงได้เชิญชวนเพื่อนบ้าน เช่น ผู้สูงอายุ คนวัยทำงานที่ว่างงาน มาช่วยกันทำไม้ปิ้งไก่ โดยคิดค่าจ้างเหมา เป็นการจ้างงานในชุมชน แต่ละคนจะมีรายได้วันละ 150-200 บาท ไม้ปิ้งไก่ที่ทำเสร็จจะส่งขายเป็นมัด มัดละ 24 ไม้ ราคา 15 บาท หรือรวมมัดใหญ่ 10 มัด ราคา 150 บาท

สำหรับปัญหาเชื้อโควิด-19 ที่ระบาดอยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองมานานข้ามปีนั้นไม่ส่งผลกระทบต่ออาชีพทำไม้ปิ้งไก่ขายแต่อย่างใด ออเดอร์ยังมีเข้ามาตามปกติ เพราะไก่ปิ้งหรือไก่ย่าง รวมทั้งเป็ดย่าง หรืออาหารประเภทปิ้งย่าง ที่นำไม้ปิ้งหรือไม้คีบไปทำการปิ้งย่าง ยังเป็นอาหารยอดนิยมของผู้บริโภค โรคระบาดจะมีหรือไม่มีคนก็ยังต้องกินอยู่เช่นเดิม

ด้าน นายคำริ บุญเสนาะ อายุ 74 ปี สามีนางสมหมาย หรือแม่สมหมายไม้ปิ้งไก่ เล่าต่อว่า ไม้ไผ่ที่นำมาทำไม้ปิ้งไก่เป็นไม้ไผ่พันธุ์ไผ่จีน อายุ 2 ปีจึงตัดมาทำไม้ปิ้งไก่ได้พอดี ส่วนไม้ไผ่พันธุ์อื่นๆ คุณภาพไม่ดีเท่าไม้ไผ่จีน เดิมนำไม้ไผ่จีนที่ปลูกตามสวนและไร่นามาทำ แต่ไม้ไผ่โตไม่ทันความต้องการใช้ของพ่อค้าแม่ค้าปิ้งย่าง

จึงหาทางออกด้วยการตระเวนหาซื้อจากต่างพื้นที่ ในราคาลำละ 20-50 บาท แล้วแต่ขนาด ซึ่งจะได้ไม้ไผ่มาทำไม้ปิ้งไก่ 25-28 ปล้อง นำมาแปรรูปเป็นไม้ปิ้งไก่ได้ปล้องละ 15 ไม้

นายคำริบอกอีกว่า ในละแวกนี้เคยมีครอบครัวที่ยึดอาชีพทำไม้ปิ้งไก่หลายครัวเรือน แต่เลิกราไปเพราะวัสดุหรือไม้ไผ่จีนที่ใช้ทำไม้ปิ้งไก่หายาก จึงเหลือแต่ครอบครัวตนที่ยังยึดอาชีพทำไม้ปิ้งไก่อยู่ แต่หากยังมีปัญหาไม้ไผ่จีนขาดแคลนอีก เชื่อว่าอีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้าตนก็คงจะเลิกอาชีพนี้ไปเช่นกัน

สำหรับลูกหลานเองก็อยากจะสืบสานอาชีพนี้ไว้ เพราะทำง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก เป็นงานเบา ทำในร่มและรายได้ดี

“เคยคิดจะปลูกไม้ไผ่จีนเหมือนกันแต่ไม่มีพื้นที่จะปลูก เนื่องจากพื้นที่ที่มีอยู่เป็นที่ต่ำและเป็นพื้นที่ทำนา หากใครมีไม้ไผ่จีนและต้องการขายผมก็พร้อมรับซื้อโดยไม่จำกัดจำนวน เพราะยังอยากรักษาอาชีพที่สร้างเนื้อสร้างตัวให้ได้อย่างมั่นคงไว้ให้ลูกหลานสืบสานต่อไป”

14


พ่อม่ายวัย 70 ปี ที่อุดรธานี ไปเจอเลขชอบ 35 ในแผงเลยซื้อมา 2 ใบ หวังแค่รางวัลเลขท้าย 2 ตัว แต่คนจะรวยถูกรางวัลที่ 1 ได้ 12 ล้าน ดีใจร้องลั่นบ้านก่อนนั่งลงร้องไห้ เตรียมไปไถ่จำนองบ้าน ใช้หนี้ กยศ.ให้ลูก 


เวลา 16.57 น. วันที่ 16 กันยายน 2564 ขณะที่ ร.ต.ท.เผ่า แสงกงพลี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก มีนายแดง ทิพเนตร อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/2 หมู่ 2 บ้านม่วง ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี แจ้งว่าซื้อหวยออนไลน์ถูกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำงวดวันที่ 16 กันยายน 2564 งวดที่ 36 ชุดที่ 16 และ 17 หมายเลข 070935 จำนวน 2 ใบ 12 ล้าน เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยมีตำรวจ และชาวบ้านที่มาติดต่อราชการบนโรงพักมาแสดงความยินดี ขอถ่ายรูปด้วย


นายแดง เปิดเผยว่า เคยทำงานเป็นพนักงานขับรถทัวร์บริษัท 407 พัฒนา สายหนองคาย-ระยอง และเลิกขับมานานแล้วเพราะอายุมาก และเป็นพ่อม่ายแยกทางกับภรรยามา 8 ปี ภรรยาไปมีสามีใหม่ ส่วนตนครองตัวเป็นโสด เลี้ยงลูกตามลำพัง 4 คน ซื้อลอตเตอรี่เสี่ยงโชคเป็นประจำ เคยถูกเพียงเลขท้าย 2 และ 3 ตัวเท่านั้น รางวัลใหญ่ไม่เคยถูก


"ก่อนจะโชคดี เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันพระ ได้เดินทางไปเยี่ยมหลาน ที่ ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน จ.สกลนคร แล้วไปซื้อลอตเตอรี่ที่ตลาด เห็นเลขหน้า 070 ที่ตัวเองชอบ ส่วนเลขท้าย 35 ก็เป็นเลขดังที่ชอบ จึงซื้อ 070935 มา 2 ใบ และเลขท้าย 735 อีก 1 ใบ ตอนนั้นหวังเพียง รางวัลเลขท้าย 2 ตัวเท่านั้น แต่พอหวยออก พบว่าถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ 12 ล้าน ดีใจ ร้องลั่นบ้าน แล้วก็นั่งลง ร้องไห้"

สำหรับเงินรางวัลที่ได้ จะนำไปไถ่บ้านที่จำนองไว้กับธนาคาร 4 แสนบาท ใช้หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ให้ลูก 2 คน รวม 3 แสนบาท รวมหนี้ 7 แสน เมื่อใช้หนี้หมดแล้วตนจะซื้อรถยนต์ให้ลูกคนละ 1 คัน และจะไปซื้อที่ดินสร้างบ้านใหม่ที่ จ.สกลนคร เพราะบ้านที่ อุดรธานี คับแคบ ส่วนภรรยาเก่าที่แยกทางกันไปจะกลับมาขอคืนดี คงจะไม่เอาเพราะเข็ดแล้ว ไม่ขอแต่งงานใหม่ ขออยู่เป็นโสด อยู่กับลูกๆ หลานๆ ให้ลูกหลานดูแลในบั้นปลายชีวิต

15


พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่เดินทางไประนองร่วมกับคณะที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ยืนยันกาแฟดีที่ระนองไม่ได้ถูกละเลย อีกทั้งทางคณะและตนเองอุดหนุนอีกด้วย หลังปรากฏภาพเสิร์ฟกาแฟ “จุรินทร์” เป็นคาเฟ่อเมซอน พร้อมน้อมรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ชี้ภาพภาพเดียวอาจตีความเข้าใจผิดมหาศาล

จากกรณีที่ในโลกโซเชียลฯ มีการแชร์บทความหัวข้อ “กาแฟดีที่ระนองถูกตบหัวทิ่มด้วยทีมงานรองนายกฯ จุรินทร์” จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก “พรชัย เอี่ยมโสภณ” ระบุว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจในจังหวัดระนองเมื่อวันที่ 11 ก.ย. โดยได้แวะที่กลุ่มมังคุดบ้านบกกราย อ.กระบุรี จ.ระนอง ซึ่งเป็นอำเภอที่มีชื่อเสียงเรื่องกาแฟระนอง และปลูกกาแฟโรบัสตามากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ปรากฏว่าทีมงานเสิร์ฟกาแฟร้อนยี่ห้อดัง (คาเฟ่อเมซอน) ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนถูกตบจนหน้าชาในฐานะคนในพื้นที่ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

อ่านประกอบ : กาแฟดีที่ระนองที่ “จุรินทร์” รองนายกฯ ไม่ดื่ม เพราะทีมงานเสิร์ฟ “คาเฟ่อเมซอน”

พาณิชย์ระนองอ้าง ทีมงานจุรินทร์ยังอุดหนุนกาแฟระนอง แม้เจ้าตัวจะกินคาเฟ่อเมซอนก็ตาม
วันนี้ (16 ก.ย.) เฟซบุ๊ก “วิชัย สังข์ประไพ” ของ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ หรือผู้การแต้ม อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเดินทางไปกับคณะที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ โพสต์ข้อความพร้อมภาพถือถุงกาแฟคั่วบด 2 ถุง ระบุว่า “จากกรณี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดระนองและพบปะพูดคุยกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนมังคุดเพื่อติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตร ณ ศาลาที่ทำการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนน้ำตกบกกราย อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง แล้วเกิดประเด็นดรามากาแฟขึ้นมานั้น

ผมได้มีโอกาสร่วมลงพื้นที่พร้อมคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการต่างๆ

ภาพและข้อความที่แพร่ออกไป ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่ผมขอยืนยันว่ากาแฟดีที่ระนองไม่ได้ถูกละเลยอย่างแน่นอน ในระหว่างงาน ท่านรัฐมนตรีใช้เวลาเต็มที่ในการติดตามรับฟังปัญหาต่างๆ จากเกษตรกรชาวสวนมังคุด และภายในงาน ทางคณะรวมทั้งผมเองยังได้อุดหนุนกาแฟระนอง อีกหนึ่งของดีขึ้นชื่อของจังหวัด จากคุณก้อง #ก้องกาแฟ อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณคุณพรชัยต้นโพสต์ที่ตั้งคำถาม และทีมงานขอน้อมรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว เพราะภาพเพียงภาพเดียวอาจทำให้เกิดการตีความเข้าใจผิดได้อย่างมหาศาล

#วิสาหกิจชุมชนน้ำตกบกกราย #มังคุดบกกราย #กาแฟดีที่ระนอง”

Pages: [1] 2 3 ... 15